0B7B1676-D657-4E0A-81CE-7540472FEE37

กลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น กรุงศรี เผยแผนกลยุทธ์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดลูกค้าญี่ปุ่นและเป็นธนาคารอันดับหนึ่งในใจของกลุ่มลูกค้าบริษัทข้ามชาติ (Japanese Corporate and Multi-National Corporate หรือ JPC/MNC) ด้วยการผสานพลังศักยภาพเครือข่ายระดับโลกของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป เพื่อขยายฐานลูกค้าต่อเนื่องและร่วมสนับสนุนการส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจญี่ปุ่นในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor หรือ EEC)

นายมาซาอากิ ซูซูกิ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น (JPC/MNC) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยว่า “กลุ่มธุรกิจ JPC/MNC ประสบความสำเร็จในการส่งมอบผลการดำเนินงานที่น่าพอใจในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 แนวโน้มเศรษฐกิจช่วงขาขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อ ทำให้คาดการณ์ได้ว่าความต้องการด้านสินเชื่อจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสต่อไป โดยการเติบโตจะมาจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตเป็นหลัก”

สำหรับไตรมาส 1 สิ้นสุด ณ 31 มีนาคม 2561 จำนวนเงินให้สินเชื่อ JPC/MNC เติบโตเพิ่มขึ้น 14.5% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2560 สู่ระดับ 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดเงินฝากเติบโตสู่ระดับสูงกว่า 3 แสนล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 35% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้วยปัจจัยหนุนจากภาคส่งออกที่แข็งแกร่งและเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งกลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุก

“ภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบันที่ครอบคลุมปี 2561-2563 เราได้กำหนดกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความเติบโตของกลุ่มลูกค้า JPC/MNC อย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายฐานลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับลูกค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และบริการให้คำปรึกษา รวมทั้งการผสานความแข็งแกร่งเครือข่ายระดับโลกของ MUFG ร่วมกับความเชี่ยวชาญในประเทศของกรุงศรี” นายซูซูกิกล่าว

สำหรับพันธกิจด้านการส่งเสริมการลงทุนต่างชาติในประเทศไทย กลุ่มงาน JPC/MNC ของกรุงศรีได้ศึกษาหาแนวทางในการสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่ EEC หลังจากที่เราได้มีการจัดทีมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC (EEC Area Promoter) เพื่อเป็นแกนหลักของภูมิภาคของทั้งกรุงศรีและ MUFG เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

“พันธกิจหลักของเราคือ การสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการจัดตั้งธุรกิจใหม่และการขยายธุรกิจในพื้นที่ EEC  แม้ว่าผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงอยู่ในช่วงพิจารณาศึกษาแผนลงทุน แต่ผลตอบรับโดยรวมมีสัญญาณในเชิงบวก และเป็นที่แน่นอนว่าประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายการลงทุนอันดับต้นๆ ในเอเชียสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่น เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจและแรงงานที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ เราคาดว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ที่มีปัจจัยหนุนจากความแข็งแกร่งของภาคส่งออกและการท่องเที่ยว จะช่วยส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่นให้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้” นายซูซูกิกล่าว