cof

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ประชาชนหันมาใช้บัตรเดบิตแทนเงินสดมากขึ้น โดยเป็นการต่อยอดจากโครงการการขยายการใช้บัตรที่ได้เริ่มกระจายอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังทุกภาคส่วนแล้วตั้งแต่เดือนมี.ค.60 ที่ผ่านมา ในขั้นตอนต่อไปจึงต้องมีการส่งเสริมให้ประชาชนชำระเงินผ่านบัตรเดบิตมากขึ้น ผ่านทางอุปกรณ์รับชำระเงินฯ และสร้างแรงจูงใจให้ร้านค้าติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านค้าเล็ก ๆ ที่ยังไม่มีแรงจูงใจในการติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินฯ อันจะนำมาสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชำระเงินของประชาชนจากการใช้เงินสดไปสู่การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างทั่วถึง แพร่หลายและครอบคลุมทั่วประเทศ

 

 

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตนี้จะเริ่มแจกโชคในเดือนมิ.ย. 60 เป็นเดือนแรก (โดยใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมในเดือนพ.ค. 60) และแจกต่อเนื่องทุกเดือนเป็นระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งรางวัลทั้งโครงการจะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 84 ล้านบาท ทั้งนี้ ภายใต้โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิต ผู้มีสิทธิ์ได้รับรางวัล ได้แก่ ประชาชนที่ใช้บัตรเดบิตของสถาบันการเงินไทยเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศ (ทั้งนี้ ไม่รวมธุรกรรม e-Commerce และการโอนเงิน)และร้านค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ที่ติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือปรับปรุงเครื่อง โดยใช้บริการกับผู้มีสิทธิ์วางเครื่องที่ได้รับการคัดเลือกจากภาครัฐ* (ไม่รวมหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ) ทั้งนี้ การแจกโชคทุกเดือนเป็นระยะเวลา 1 ปี (1 มิ.ย. 60 – 31 พ.ค. 61) โดยในแต่ละเดือนผู้ใช้บัตรเดบิตจะมีรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท 1 รางวัล และรางวัลอื่น ๆ ลดหลั่นกันลงมาตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 2,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,001 รางวัล คิดเป็นเงินรางวัลรวม 5.6 ล้านบาทต่อเดือน ในส่วนของร้านค้าจะมีรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท 1 รางวัล และมีรางวัลย่อยรางวัลละ 30,000 บาท อีก 5-30 รางวัลต่อเดือน

 

 

ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อผู้โชคดีจะมีทุกวันที่ 16 ของเดือน ซึ่งครั้งแรกคือวันที่ 16 มิ.ย. 60 โดยจะมีการประกาศออกสื่อต่าง ๆ และผ่านเว็บไซต์ www.epayment.go.th ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อโดยตรงจากธนาคารที่ท่านเป็นลูกค้าต่อไป ทั้งนี้หากผู้ใช้บัตรหรือร้านค้าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ผู้ใช้บัตรหรือร้านค้าสามารถแจ้งได้ที่ธนาคารที่ใช้บริการเพื่อให้ตัดชื่อออก หากมิได้แจ้งถือว่าสมัครใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว และหากภายหลังมีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ที่ธนาคารที่ใช้บริการเพื่อส่งชื่อเข้าสู่ระบบได้ตลอดระยะเวลาโครงการ

 

 

หมายเหตุ : ผู้มีสิทธิ์ให้บริการวางอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการคัดเลือกจากภาครัฐ อาทิ

 

 

กลุ่ม Consortium ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)กลุ่มกิจการค้าร่วมโครงการอีเพเม้นท์ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)