file (2)

นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพาณิชย์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า สิ่งที่ดีแทคจะเน้นหนักในปีนี้ คือการสื่อสารกับลูกค้าให้มากขึ้น และดึงเอาจุดเด่นของดีแทคที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต คือเน้นความสบายใจ ง่าย และความใจดี เหมือนที่เคยให้บริการภายใต้แบรนด์ แฮปปี้ เช่น ใจดีให้ยืม ใจดีเพิ่มวัน และ ใจดีโอนให้ซึ่งดีแทคจะต่อยอดจากสิ่งเหล่านี้เป็นบริการใหม่ที่จะเกิดขึ้นใน ทั้งบริการให้ยืม จะมีการให้ยืมมากกว่าค่าโทรศัพท์ ,บริการโรมมิ่งสำหรับลูกค้ารายเดือน โดยเป้าหมายคือพยายามเพิ่มผลประกอบการระมัดระวังค่าใช้จ่าย แม้ว่าจะยังไม่สามารถเพิ่มยอดลูกค้าได้มากนัก แต่ก็จะพยายามรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะชูจุดเด่นด้านคงามคุ้มค่าและการบริการที่มากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น โดยเมื่อสิ้นปี 2560 ที่ผ่าน ดีแทคมีฐานลูกค้ารวมในระบบ 22.7 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้ารายเดือน  5.6 ล้านราย และลูกค้าเติมเงิน  17.1 ล้านราย ซึ่งยอมรับว่าด้วยจำนวนลูกค้าเท่านี้ทำให้ดีแทคกลายเป็นผู้เล่นในอันดับ 3

จากผลสำรวจในปี 2560 พบว่าแพ็กเกจโก โน ลิมิต ให้ลูกค้าโลดแล่นบนโลกดิจิทัลได้อย่างไร้กังวล ทั้งเน็ตทั้งโทร ด้วยอินเทอร์เน็ตแบบไม่อั้น ไม่ลดสปีด พร้อมโทรฟรีเบอร์ดีแทค สร้างความพึงพอใจ 4 ด้าน คือ แพ็กเกจและโปรโมชั่น ,ความใส่ใจของพนักงาน ,พนักงานมีความสุภาพ และสิทธิพิเศษที่ส่งมอบให้ลูกค้าตรงกับความต้องการ โดยปี 2560 จำนวนลูกค้ารายเดือนเพิ่มขึ้น 600,000 ราย ทำให้มีลูกค้ารายเดือน 1.5 ล้านราย ได้เพิ่มขึ้น 17.9% ลูกค้าระบบ 4จีเพิ่มขึ้น 34% จากปริมาณสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 83% บริการดาต้าเพิ่มขึ้น 96% มากจากการทบยอดอินเทอร์เน็ตที่ใช้ไม่หมดในรอบบิลไปเพิ่มในเดือนหน้า

ส่วนบริการเติมเงิน การให้บริการที่ทำให้ผู้ใช้งานใช้บริการได้ง่ายทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 86% มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.8 กิกะไบต์ เป็น 7 กิกะไบต์ นอกจากนี้ ดีแทคพัฒนาระบบการเติมเงิน 5 ภาษาได้แก่ ไทย จีน อังกฤษ พม่า และกัมพูชา ทำให้มียอดผู้ใช้งานต่างประเทศเพิ่มขึ้น