คุณเกศรา-มัญชุศรี

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปีนี้ ตลท.จะเปิดให้มีกระดานซื้อขายหุ้นกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ( New Platform) โดยกระดานซื้อขายดังกล่าวจะแยกออกจากตลาดหลักทรัพย์ (SET) และตลาดเอ็มเอไอ ( MAI ) แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ตลท. ซึ่งคุณสมบัติ ทุนจดทะเบียนของบริษัทสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายนั้น ขณะนี้ ตลท.อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( ก.ล.ต.) โดยจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 1 นี้ โดยสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาระดมทุนต้องเป็นบริษัทจำกัดจะต้องมีการทำบัญชีเดียว ชัดเจน และโปร่งใส ซึ่งขณะนี้ ตลท.พัฒนาเทคโนโลยี Block Chain เข้ามาใช้เทรดในกระดานสตาร์ทอัพแล้ว ขณะที่มีบริษัทสตาร์อัพกว่า 607 รายที่แสดงความสนใจยื่นเรื่องมาที่ ตลท. ว่าต้องการเงินทุนเพื่อขยายลงทุนผ่านทางเว็บไซต์ของ ตลท.ที่ได้เก็บข้อมูลมาตั้งแต่ต้นปี 59

 

 

นางเกศรา กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากสตาร์ทอัพเป็นธุรกิจขนาดเล็กไม่ใช่บริษัทมหาชนและยังมีความเสี่ยงในเรื่องผลกำไร ดังนั้น นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนจะต้องเป็นกลุ่มนักลงทุนเฉพาะที่มีความรู้ สามารถรับความเสี่ยงได้สูง เช่น นักลงทุนสถาบัน หรือกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่

 

 

ด้านนายภากร ปีตะธวัชชัย รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และหัวหน้าสายงานการเงินและบริหารเงินลงทุน ตลท. กล่าวถึงการหารือร่วมกับดาตุ๊ก เสรี ทาจุดดิน อตัน (Datuk Seri Tajuddin Atan ) ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารตลาดหลักทรัพย์เบอร์ซ่า มาเลเซีย (Bursa market Malaysia ) ในไตรมาส 2 นี้ ตลาดหลักทรัพย์เบอร์ซ่าจะมีการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้มีช่องทางการระดมทุน เพราะเห็นว่ายังมีเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพอยู่ในระบบเศรษฐกิจมาเลเซียจำนวนมาก หวังว่าจะให้ธุรกิจเหล่านี้เข้ามาอยู่ในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย และระดมทุนผ่านช่องทางนี้ โดยต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่ไม่เจาะจงว่าเป็นอุตสาหกรรมประเภทใด แต่จะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดเป็นหลัก

 

 

นอกจากนี้ ยังหารือถึงการสร้างดัชนีอาเซียน ซึ่งเป็นความร่วมมือในตลาดหลักทรัพย์อาเซียนทั้ง 7 แห่ง ประกอบด้วย ตลท. ตลาดหลักทรัพย์เบอร์ซ่า มาเลเซีย ตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ ตลาดหลักทรัพย์ โฮจิมินห์ ตลาดหลักทรัพย์ฮานอย ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย เพื่อยกระดับหุ้นในอาเซียนให้เป็นหลักทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับของนักลงทุนทั้งภูมิภาคและระดับทั่วโลก

 

 

นายภากร กล่าวว่า การสร้างดัชนีอาเซียนจะเป็นการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนที่มีศักภาพที่เป็นดาวเด่นในแต่ละอุตสาหกรรมและแต่ละประเทศมาจัดทำเป็นดัชนีอาเซียน โดยหวังจะให้ดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีอ้างอิงของนักลงทุนทั่วโลก หากนักลงทุนมาลงทุนในอาเซียนจะสามารถลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพได้ทั้งตลาดอาเซียน หากทำสำเร็จจะเพิ่มสภาพคล่องของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์อาเซียนให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นและขยายมูลค่าราคาตลาดรวมของตลาดหลักทรัพย์อาเซียนให้สูงขึ้นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนให้เข้ามาในอาเซียนมากขึ้น