AEE348D9-28B3-4A42-8B5B-FC31F7736529

นายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน เปิดเผยถึงแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2561 ว่าบริษัทมีแผนที่จะจัดโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและให้เป็นประโยชน์กับการบริหารองค์กรให้มากที่สุด โดยมีโครงสร้างการบริหารของธุรกิจแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจนเพื่อบุกธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจพรมและวัสดุปูพื้น กลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มบุในรถยนต์ เพื่อขยายฐานตลาดเดิมไปยังตลาดใหม่ และตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อส่งให้สินค้าภายใต้ การบริหารของ TCMC เป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้นทั่วโลก

“บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าที่จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตพรมอันดับต้น ๆ ของโลกและก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำในทุกกลุ่มธุรกิจที่เราทำ ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากกลยุทธ์การควบรวมกิจการตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทให้มีความเป็นสากล สอดคล้องไปกับการเติบโตจากบริษัทระดับประเทศ ก้าวสู่การเป็นองค์กรระดับสากล ทั้งยังมีการเปิดตัวโลโก้ใหม่ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากภาพลักษณ์ของนก Ruppell’s griffon ที่มีท่วงท่าการบินที่สูง สง่างามสะท้อนถึงการบริหารงานของบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มาอย่างมั่นคงยาวนาน ด้วยกราฟฟิค ที่ง่ายต่อการจดจำ อันจะสร้างแรงบันดาลในการบริหารที่พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ในปี 2561 เราจะปรับโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทแบบเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างการบริหารที่มีการแยกการบริหารในกลุ่มธุรกิจอย่างชัดเจน โดยมีทีมผู้บริหารมืออาชีพเข้าเสริมทัพในแต่ละกลุ่มธุรกิจ การดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาดที่จะมีความชัดเจน แปลกใหม่ ตอบสนองความต้องการของตลาดทั่วโลก ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ การมุ่งสู่การทำธุรกิจแบบใส่ใจชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้เราก้าวสู่องค์กรชั้นนำระดับโลกและเป็นผู้นำในตลาดโลกในกลุ่มธุรกิจหลักที่เรามีความถนัดอย่างยั่งยืน” นายพิมลกล่าว
ทั้งนี้ ภายใต้กลยุทธ์ทางการตลาดของแต่ละกลุ่ม ด้านกลุ่มธุรกิจพรมและวัสดุปูพื้น มีแผนจะโปรโมท แบรนด์ Royal Thai ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก โดยการออกงานแสดงสินค้าในประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของพรมเพื่อการพาณิชย์ รวมถึงงานแสดงสินค้าในเอเชียและและตะวันออกกลางและมีแผนจะขยายตลาด หาลูกค้าใหม่ ด้วยการพัฒนาคุณภาพสินค้าและการบริการ รวมถึงด้านการออกแบบ ซึ่งจะมีการร่วมงานกับกลุ่มนักออกแบบที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในผลงานระดับนานาชาติ สร้างสรรค์คอลเลคชั่นพรมใหม่ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าจากทั่วโลก และการเข้าทำตลาดในกลุ่มคาสิโน เรือสำราญอย่างจริงจังมากขึ้น และยังมีแผนการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุน และซื้อเครื่องจักรใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ประสิทธิภาพในการผลิต และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของชุมชน และตอบโจทย์ของยอดขายที่ตั้งเป้าไว้สูงขึ้นทั่วโลก

ด้านกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ บริษัทมีโครงการจะขยายตลาดในต่างประเทศให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค นอกเหนือจากประเทศอังกฤษ เพื่อกระจายความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค โดยปีนี้มีแผนเจาะตลาดไปยังตลาดตะวันออกกลางและตลาดเอเชียมากเป็นพิเศษ โดยเน้นตลาดจีนและไทยให้มากขึ้น ซึ่งตลาดจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูง โดยบริษัทจะร่วมมือกับร้านเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่เป้าหมายที่ประเทศจีน เพื่อตั้งโชว์รูมของแบรนด์ Alexander & James โดยได้ตั้งเป้าไว้ว่าในปีนี้ จะสามารถเปิดโชว์รูมเต็มรูปแบบในประเทศจีนได้ 10 แห่ง จากที่เปิดไป 3 แห่งในปี 2560

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มบุในรถยนต์ บริษัทได้มุ่งเน้นในด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งตั้งเป้าที่จะขยายตลาดให้ครอบคลุมทุกค่ายรถยนต์ที่ผลิตในไทย และยังมีโครงการพัฒนาพรมหลังคารถยนต์ (Headliner) ให้สามารถแข่งขันทั้งในด้านราคาและคุณภาพ รวมถึงรูปแบบดีไซน์ให้มีลวดลายเหมือนผ้าเพื่อสร้างความแตกต่างและเพื่อให้สามารถครองตลาดประเทศมาเลเซียและขยายเขาสู่ประเทศอินโดนีเซียต่อไป ทั้งยังจะพัฒนาพรมปูพื้นรถยนต์ที่มีคุณสมบัติดูดซับเสียงได้ดีและมีน้ำหนักเบากว่าพรมรุ่นเก่า สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทจะไม่หยุดพัฒนาในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ซึ่งแผนดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทมียอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

นอกจากนี้ นายพิมลยังเปิดเผยอีกว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้มีการแต่งตั้ง มล.วัลลีวรรณ วรวรรณ เป็นประธานเจ้าที่บริหาร ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารบริษัทฯและที่ปรึกษาด้านการเงิน เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารธุรกิจในองค์กรใหม่ ทำหน้าที่ดูแลธุรกิจแต่ละกลุ่มของบริษัท และดำเนินกลยุทธ์องค์รวมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรก้าวไปในทิศทางเดียวกัน โดยทางมล.วัลลีวรรณ ถือว่าเป็นคนคุ้นเคยกับบริษัทมาเป็นอย่างดีโดยได้เข้ามาร่วมงานกับทางบริษัทมาแล้วกว่า 17 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการเงิน และเป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยให้บริษัทผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้บริษัทประสบความสำเร็จผ่านกลยุทธ์การควบรวมมาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ทาง TCMC มุ่งหน้าสู่กลยุทธ์ควบรวมกิจการจนสามารถทำยอดขายในภาพรวมเติบโตแบบก้าวกระโดดจากปี 2559 โดยมียอดขายรวมกว่า 7.7 พันล้านบาทในปี 2560 หรือ เติบโต 197% และมีกำไรสุทธิรวมสูงขึ้น 120%