A5D02A2D-4B88-47BD-B327-C8A4AF768B5B

ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารออมสินได้จัดโครงการ “GSB STREET FOOD เปลี่ยนชีวิต” (กล้าคิด ชีวิตเปลี่ยน) ซึ่งเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ด มีเวทีในการเรียนรู้ พัฒนาแนวคิด สร้างสรรค์ไอเดีย จนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ด้วยการจัดการแข่งขันในรูปแบบรายการเรียลลิตี้สตรีทฟู้ดรายการแรกของประเทศไทย ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง True4U 24 ซี่งเน้นในเรื่องการพัฒนาเพื่อยกระดับ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และพัฒนาผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดใน 4 มิติ หรือ UPGRADE STREET FOOD 4D ประกอบด้วย D-FOOD การพัฒนาอาหารให้ดี ทั้งรสชาติ วัตถุดิบ มาตรฐานความสะอาด, D-INNOVATION การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในด้านต่างๆ สร้างนวัตกรรมใหม่ อัปเกรดให้สตรีทฟู้ดไปไกลกว่าที่คิด, D-DESIGN การรู้จักนำการออกแบบมาช่วยสร้างมูลค่า และ D-MARKETING การรู้จักตลาด วางแผน จัดการ และอัปเกรด จนเติบโตกลายเป็น SMEs หรือ Start Up ได้ในที่สุด ซึ่งได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาทนั้น
โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการร้านอาหารริมทาง หรือ สตรีทฟู้ด ทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันถึง 425 ทีม และผ่านการคัดเลือกจากรอบต่างๆของคณะกรรมการ 5 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ ทั้งจากธนาคารออมสิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันอาหาร (NFI) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) จนถึงรอบออดิชั่น ได้คัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาคเหลือ 40 ทีม จาก 80 ทีมทั่วประเทศ เพื่อเข้าสู่รอบอัปเกรดแคมป์ ซึ่งในรอบนี้จะได้รับการอบรมการพัฒนาสตรีทฟู้ด 4 มิติ จากกูรูและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ จากนั้นคัดเหลือ 8 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบดีมิชชั่น ซึ่งมี 4 ภารกิจที่ผู้เข้ารอบจะต้องแข่งขันกัน โดยมีโค้ชระดับประเทศมาช่วยฝึกฝนและพัฒนาจากไอเดียกล้าเริ่มของสตรีทฟู้ดจนผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายบนเวทีเปลี่ยนชีวิต และคัดเหลือเพียง 5 ทีมสุดท้าย ผลปรากฎว่า “ทีมซดเตี๋ยวเป็ดตุ๋น” ได้รับรางวัลชนะเลิศ GSB STREET FOOD เปลี่ยนชีวิต ประจำปี 2562 ได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท ด้วยผลการตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ของคณะกรรมการจาก 5 องค์กรชั้นนำ
“ทีมซดเตี๋ยวเป็ดตุ๋น” ประกอบด้วย 3 แม่ลูก ครอบครัวสมเสงี่ยม จากก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นริมทาง มีไอเดียกล้าเริ่มที่ต้องการพัฒนาซดเตี๋ยวเป็ดตุ๋นรุ่นพ่อที่สืบทอดมานานกว่า 40 ปี โดยนำผงจิ้งหรีดที่มีโปรตีนสูงมาเป็นส่วนผสมของเส้นก๋วยเตี๋ยว จนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ "เส้นก๋วยเตี๋ยวจิ้งหรีดสายรุ้งไฮโปรตีน" ที่มีโปรตีนสูง มีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยพัฒนาควบคู่กับการวางระบบแฟรนไชส์ซดเตี๋ยวเป็ดตุ๋น พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่อัปเกรดจากจิ้งหรีด เช่น ขนม Jumper ขนมข้าวเกรียบจิ้งหรีดออร์แกนิก ที่มียอดการสั่งซื้อทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว
ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 300,000 บาท ได้แก่ ทีม “บ้านสวนมันตึงดี” สตรีทฟู้ดประเภทเครื่องดื่มที่พัฒนาผงมันม่วงเป็นนวัตกรรมใหม่สูตรเฉพาะที่เป็นวัตถุดิบหลักและเบเกอรี่ยุคใหม่ ขณะที่รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท ได้แก่ ทีม “กะเพราซาวห้า” เมนูผัดกะเพราธรรมดาที่ไม่ธรรมดา แต่รสชาติอร่อย ขายในราคาไม่แพง เพียง 25 บาทเท่านั้น แต่สามารถกลายเป็นแฟรนไชส์กะเพราซาวห้า กับนวัตกรรมน้ำมันกะเพราสูตรพิเศษ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานแฟรนไชส์ให้วงการสตรีทฟู้ด ด้วยการอัปเกรดรถเข็นโซล่าเซลล์รักษ์โลกต้นแบบคันแรกของไทย รวมถึงผลการเติบโตในด้านธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง ส่วนอีก 2 ทีม รางวัลชมเชย ได้รับเงินรางวัล ทีมละ 50,000 บาท ได้แก่ ทีม “ผัดไทภูเขาไฟ” และ “สตรีทลาบ”
ดร.ชาติชาย กล่าวอีกว่า ธนาคารออมสินมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเอง และเติบโตอย่างยั่งยืน ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้ก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนายกระดับอาชีพต่างๆ รวมไปถึงร้านอาหารริมทาง หรือ สตรีทฟู้ด ที่ได้นำเอานวัตกรรม เทคโนโลยี และสาธารณสุข เข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานความอร่อย ความสะอาด ถูกสุขอนามัย ซึ่งธนาคารให้การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดมาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2562 มีผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดได้รับสินเชื่อจากธนาคารออมสินแล้ว 38,320 ราย เป็นเงิน 4,755.40 ล้านบาท จากเป้าหมายในปี 2562 จำนวน 50,000 ราย คิดเป็นวงเงิน 5,000 ล้านบาท
สำหรับโครงการ “GSB STREET FOOD เปลี่ยนชีวิต” (กล้าคิด ชีวิตเปลี่ยน) ถือเป็นการสร้างโอกาสและยกระดับสตรีทฟู้ดเพื่อเป็นประโยชน์ในวงกว้าง อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการพัฒนา เรียนรู้ และสามารถนำแนวคิดต่อยอดการค้าขายให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพช่วยพัฒนาสตรีทฟู้ด ทั้งนี้เมื่อผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดได้รับความรู้จากการพัฒนารอบด้านทั้ง 4 มิติ ประกอบกับมีพันธมิตรองค์กรชั้นนำระดับประเทศเฉพาะด้านในการช่วยอัปเกรด มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ และช่วยเหลือกันเป็นเครือข่าย โอกาสในการก้าวข้ามจากสตรีทฟู้ดเติบโตสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ใช่เรื่องยาก รวมถึงยังได้โอกาสเปิดประตูการค้าไปสู่ต่างประเทศ จากความร่วมมือของกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ที่สนับสนุนให้ทีมผู้ผ่านเข้ารอบได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก ทั้งงานปักกิ่ง EXPO 2019 หรือ The International Horticultural Exhibition ที่เมืองหยางชิ่ง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และงาน Thai Market Square ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เมื่อเร็วๆนี้