selfp

นางสาวมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ธนาคารได้เพิ่มบริการใหม่ล่าสุดให้ ทีเอ็มบี ทัช โมบายล์แบงก์กิ้ง แอพพลิเคชัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสะดวก ง่ายในการใช้งาน ทำให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น โดยจุดเด่นของบริการที่สำคัญ คือ การจัดการบัตรแบบครบวงจรรายแรกของวงการธนาคารไทย

 

 

สำหรับบริการใหม่บนทีเอ็มบี ทัชนี้ ทำให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการบัตรเดบิต บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสดเรดดี้แคช ครบวงจรได้ด้วยตนเอง บนทีเอ็มบี ทัชทั้งหมด โดยไม่ต้องโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์ หรือออกจากบ้านไปทำรายการที่เครื่องเอทีเอ็ม ตั้งแต่เปิดการใช้งานบัตร เปลี่ยนแปลงรหัสและขอรับรหัสบัตรใหม่ อายัดบัตรด้วยตนเอง และสามารถขอให้ออกบัตรใบใหม่ได้ทันที รวมทั้งลูกค้ายังสามารถเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดเรดดี้แคชผ่านทีเอ็มบี ทัชเข้าบัญชีเงินฝากทีเอ็มบีได้ด้วยตัวเอง เต็มที่กับการทำรายบนทีเอ็มบี ทัชแบ่งจ่ายยอดบัตรเครดิตตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป 0% 3 เดือน ทุกยอด ไม่จำกัดจำนวนครั้งกับบริการแบ่งจ่ายรายเดือน ทีเอ็มบี โซกู๊ด (TMB So GooOD)

 

 

นอกจากนี้ลูกค้ายังได้รับความสะดวกเพิ่มมากขึ้นกับการล็อกอินเข้าใช้งานทีเอ็มบี ทัชด้วยระบบยืนยันตัวบุคคลด้วยลายนิ้วมือ (Touch ID) เพราะทีเอ็มบี ทัชเป็นโมบายล์แอปพลิเคชัน แอปแรกของวงการธนาคารไทยที่ลูกค้าสามารถใช้ Touch ID ได้กับทั้งระบบปฏิบัตรการ Android และ iOS

 

 

นางสาวมิ่งขวัญ กล่าวว่า “ทีเอ็มบีเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร และทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ที่จะให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา โดยในปัจจุบันเมื่อลูกค้านิยมใช้บริการผ่านทีเอ็มบี ทัชมากขึ้น ทีเอ็มบีจึงพัฒนาให้ทีเอ็มบี ทัชสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าเราให้สามารถทำธุรกรรมที่หลากหลายตามความต้องการอย่างสะดวกและง่าย ลูกค้าไม่ต้องยุ่งยากออกไปทำธุรกรรมที่สาขาหรือที่ตู้เอทีเอ็ม แต่สามารถทำได้บนทีเอ็มบี ทัชที่ไหนก็ได้ และภายในปีนี้ลูกค้าทีเอ็มบีจะได้รับประโยชน์และความสะดวกสบายมากขึ้นจากการใช้งานทีเอ็มบี ทัชตามมาอีกหลายอย่าง เช่น ลูกค้ามีอิสระที่จะสามารถซื้อขายกองทุนรวมดีๆ ยี่ห้อดังๆ จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนถึง 7 บริษัท โดยไม่ต้องจำกัดอยู่กับที่ใดที่หนึ่งเพียงเจ้าเดียว เพียงแค่ทำรายการบนทีเอ็มบี ทัช”

 

 

ขณะที่ปริมาณธุรกรรมโดยรวมที่ลูกค้าทีเอ็มบีทำผ่านช่องทางอิเลกทรอนิกส์ มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา ลูกค้าที่ใช้ทีเอ็มบี ทัชได้หันมาทำธุรกรรมผ่าน ทีเอ็มบี ทัชเป็นหลัก ส่งผลให้อัตราการเติบโตของจำนวนธุรกรรมที่เกิดบน ทีเอ็มบี ทัช สูงขึ้น 221% เทียบกับปี 59 และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไป ทำให้สัดส่วนของการทำธุรกรรมผ่านช่องทางเอทีเอ็มหรือสาขาของทีเอ็มบีลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้สัดส่วนของลูกค้าที่ลงทะเบียนใช้งานทีเอ็มบี ทัชและใช้งานประจำก็มีอัตราเติบโตที่สูงด้วย เพราะความสะดวก ง่าย และมีประสิทธิภาพสามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้ โดยในปัจจุบันลูกค้าที่ใช้งานประจำมีการเติบโต 85% เมื่อเทียบกับปี 59 ของลูกค้าที่ลงทะเบียนทั้งหมด