นีรนุช tbank

นางธีรนุช ขุมทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจลูกค้ารายย่อย ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ (Bancassurance) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะคนยุคนี้เห็นความสำคัญของการป้องกันความเสี่ยงและหันมาใสใจวางแผนชีวิตทั้งด้านการเงินและสุขภาพกันมากขึ้น ธนาคารธนชาตเองเข้าใจความต้องการของลูกค้าปัจจุบันดี จึงร่วมกับ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งจับมือเป็นพันธมิตรกันมานาน ออกแบบประกันชีวิต Perfect Saver 20/20 Package ขึ้น ซึ่งเป็นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองทั้งชีวิตและสุขภาพ มีชดเชยค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน จ่ายเบี้ยแบบสบายๆ เหมาะกับคนที่ยังไม่มีความคุ้มครองเลย หรือความคุ้มครองที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ โดยมีเงินคืนรวมตลอดสัญญาถึง 326,000 บาท และที่สำคัญนำไปลดหย่อนภาษีได้

 

 

ขณะที่ไลฟ์สไตล์คนในปัจจุบัน โดยเฉพาะวัยรุ่น-วัยทำงานค่อนข้างแอคทีฟ มีกิจกรรมนอกบ้านเยอะ ทั้งการออกกำลังกาย กิจกรรมผาดโผนแอดเวนเจอร์ต่างๆ ประกันชีวิต Perfect Saver 20/20 Package  จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุด เพราะคุ้มครองความเสี่ยงนาน 20 ปี โดยสามารถทำประกันได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน - 60 ปี ให้ความคุ้มครองครอบคลุมการรักษาทั้งเจ็บป่วย-อุบัติเหตุกรณีผู้ป่วยใน และค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าห้อง ทำให้ทั้งผู้ทำประกันและครอบครัวอุ่นใจมากขึ้น อีกทั้งมีเงินคืนทุก 3 ปี จึงเป็นการออมเงินไปในตัวอีกด้วย

 

 

สำหรับการทำตลาดผลิตภัณฑ์นี้ ธนาคารได้ออกแคมเปญ “คุณป่วยเราจ่าย สบายใจไร้กังวล” เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยได้หยิบยกแนวคิดของการไม่ประมาทกับชีวิตมานำเสนอเป็นหนังโฆษณา โดยสมมติเหตุการณ์ให้คนๆ หนึ่งลอยละลิ่วลงจากที่สูง ระหว่างทางที่ร่วงก็สูญเสียงานที่รัก บ้าน หรือรถ เพื่อแลกกับเงินค่ารักษาพยาบาล เปรียบเหมือนคนที่ไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ความเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุและต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป กระทั่งคนที่รักก็ไม่สามารถดูแลได้ แต่ท้ายที่สุดหากมีประกันชีวิต Perfect Saver 20/20 Package ก็เหมือนมีเบาะรองรับร่างไว้ ถึงจะร่วงลงมาก็ไม่เจ็บตัวกับค่ารักษาพยาบาล คาดว่าหนังโฆษณาชุดนี้จะกระแทกใจผู้ชมได้ไม่น้อย

 

 

นางธีรนุช กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดประกันชีวิตในประเทศไทยยังโตได้อีกมากเนื่องจากข้อมูลภาพรวมของธุรกิจประกันแสดงอัตราการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทยเมื่อปี 59 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 38 เท่านั้น การแข่งขันจากนี้จึงมีทิศทางเข้มข้นขึ้นและผู้บริโภคจะมีทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับธนชาตจะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โดยการออกแพ็กเกจที่ตอบสนองให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา และคำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับเป็นหลัก ซึ่งเราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายที่ยึดมั่นเสมอมาของธนชาตคือ การเป็นธนาคารหลัก (Main Bank) ของลูกค้านั่นเอง