01 01

ม.หอการค้าไทย จับมือ ธพว. แถลงดัชนี SMEs ประจำไตรมาส 2/2561 ไต่ระดับเพิ่ม ทั้งด้านสถานการณ์  ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขัน ส่งสัญญาณเอสเอ็มอียกระดับปรับตัวทางธุรกิจได้ดีขึ้น ขณะที่กลุ่มลูกค้า ธพว. แกร่งกว่าค่าเฉลี่ย สะท้อนแนวทางหนุนความรู้คู่เติมทุนเดินถูกทาง  ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank หรือ ธพว.) แถลงดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประจำไตรมาสที่ 2/2561 จาก  1,249 ตัวอย่างทั่วประเทศ โดยสำรวจ 3 ดัชนี ได้แก่  1.ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs (SMEs Situation Index Q2/2561 อยู่ที่ 43.3  เพิ่มขึ้น 0.5 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา (1/2561) แสดงให้เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นใน Q3 ที่ระดับ 43.6

2.ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ  (SMEs Competency Index) อยู่ที่ระดับ 50.2 ปรับตัวลดลงมา 0.1 จุด และ 3.ดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ SMEs (SMEs Sustainability Index)  แสดงให้เห็นถึงดัชนีความสามารถในการแข่งขันของ SMEs (SMEs Competitiveness Index)อยู่ที่ระดับ 52.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5 จุดเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3/2561 ไปอยู่ที่ระดับ 52.3

ทั้งนี้ เมื่อลองเปรียบเทียบดัชนีสถานการณ์ธุรกิจในกลุ่มที่เป็นลูกค้าและกลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าของ ธพว. จะพบว่า ในกลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าของ ธพว. สถานการณ์ธุรกิจกลับปรับตัวลดลงเกือบทุกหัวข้อของการสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่อง สต๊อกวัตถุดิบ หนี้สินรวม กำไรสุทธิ กำไรสะสม โดยดัชนีสถานการณ์ธุรกิจปรับลดลง 0.6 จากระดับ 39.4 มาอยู่ที่ระดับ 38.8 สวนทางกับกลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว.  ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจเพิ่มขึ้น 1.9 จากระดับ 46.4 มาอยู่ที่ระดับ 48.3

ประเด็นที่ผู้ประกอบการควรเฝ้าระวัง ได้แก่  ค่าเงินบาทยังมีความผันผวนแม้ว่าจะยังคงทรงตัวในทิศทางอ่อนลง  ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยมีแนวโน้มสูงขึ้นหากสหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน    สงครามทางการค้าหรือ Trade War ที่ยังไม่สิ้นสุด  ระดับราคาพืชผลทางการเกษตรยังทรงตัวต่ำ กำลังซื้ออาจจะยังไม่ได้ฟื้นตัวเร็ว  และความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการ

ด้านนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าวเสริมว่า ดัชนีที่สำรวจครั้งนี้  สะท้อนถึงแนวทางสนับสนุนลูกค้าธนาคารที่มุ่งเติมทุนผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยถูก ควบคู่กับการพัฒนาให้ความรู้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านทำบัญชี วางแผนธุรกิจ การตลาด การสร้างมาตรฐานให้สินค้าหรือบริการ เป็นต้น นับเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะช่วยให้เอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายย่อยคนตัวเล็ก เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย รวมถึง มีความสามารถในการทำธุรกิจสูงขึ้น   ผลักดันธุรกิจสู่ความยั่งยืน และมีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจมากกว่าผู้ประกอบการโดยเฉลี่ยทั่วไป นอกจากนั้น ธนาคารได้เปิดบริการแอปพลิเคชั่น “SME D Bank” ยื่นขอสินเชื่อผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา จากนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยบริการเคลื่อนที่ “รถม้าเติมทุน ส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น”  จะเข้าไปหาพบ  เพื่อตรวจสภาพกิจการจริง ช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพะรายย่อยในชุมชนต่างๆ สามารถเข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษของธนาคารได้ง่ายยิ่งขึ้น