คุณวิลาสินี (2)

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก  หลังมีการประกาศปรับลดกำลังการผลิตผลให้กำลังปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล รวมถึงกระแส Fund Flow ตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. นักลงทุนต่างชาติเป็น Net Buy ราว 9.9 พันล้านบาท และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5% ส่วนปี 2561 คาดเศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่อเนื่องอีกประมาณ 3.6% เนื่องจากตัวเลขการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนการแข็งค่าของค่าเงินบาทมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการส่งออกไม่มาก  เนื่องจากผู้ประกอบการรู้จักบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น 

ส่วนปัจจัยที่ส่งผลเชิงลบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในระยะนี้มาจาก สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีเหนือระบุว่าคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐถือเป็นการประกาศสงครามกับเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน และเกาหลีเหนือมีสิทธิที่จะทำการตอบโต้

นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาการประชุมคณะกรรมการ กนง. ในวันที่ 27 ก.ย. นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม ส่วนวันที่ 28 ก.ย. นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเตรียมประกาศยุบสภา คาดกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 22 ต.ค. และวันที่ 29 ก.ย.  ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย รวมทั้งวันที่ 30 ก.ย. จีน สหรัฐฯ อียู เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนก.ย.

ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก  กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นแรง รวมถึงแรงซื้อการทำ Window dressing ปิดไตรมาส 3/2560 ในช่วงสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นบวกต่อทิศทางตลาด  อย่างไรก็ตามความกังวลสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีหลังเกาหลีเหนือระบุว่าสหรัฐกำลังประกาศสงครามและขู่ตอบโต้สหรัฐฯจะเป็นแรงกดดันดัชนี ดังนั้นประเมินว่า SET จะผันผวนในกรอบ 1,660 - 1,690 จุด 

ทั้งนี้ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และธนาคารที่คาดว่าเป็นเป้าหมายการทำ Window Dressing รวมถึงกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน และคาดการณ์กำไรไตรมาส 3/2560 เติบโตดีขึ้น

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ  นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า คำขู่ที่ตอบโต้กันไปมาระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับเกาหลีเหนือ เป็นเพียงปัจจัยบวกระยะสั้นต่อราคาทองคำ เช่นเดียวกับแรงส่งจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อหลังจากที่กลุ่มประเทศ OPEC กับ non-OPEC มีแนวโน้มจะขยายเวลาลดกำลังการผลิตต่อไปอีกเมื่อสิ้นสุดมาตรการปัจจุบันในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.2561 ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองทางเทคนิคที่มีแนวต้านบริเวณ 1,321 ดอลลาร์  ทำให้การรีบาวน์จึงมีกรอบจำกัดเว้นแต่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีจะทวีความรุนแรงขึ้นหรือมีประเด็นบวกที่ชัดเจนอื่น ๆ เข้ามาสนับสนุนราคาต่อ

ดังนั้น ราคาทองคำจะยังคงอยู่ในทิศทางขาลงหากไม่สามารถรีบาวน์ขึ้นเหนือ 1,320 ดอลลาร์ได้ จึงแนะนำเน้น
เทรดฝั่ง 
short แต่ถ้าราคาขึ้นสูงเกินกว่า 1,320 ดอลลาร์ ควรปรับกลยุทธ์มาจับจังหวะเทรดในกรอบ sideway เนื่องจากยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะหนุนราคาให้ทะยานขึ้นทำ new high