BA55DB6A-2228-4E3E-B340-B91875F5030B

ธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยมีรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 6.6% จากปีก่อน จากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย 13.4% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 3.4% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะลูกค้าบนระบบดิจิทัล (Digital acquisition) และการลงทุนทางด้านดิจิทัลตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2561 (งบการเงินรวมก่อนสอบทาน) มีจำนวน 11,364 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากไตรมาส 1/2560

อัตราส่วน NPL ในไตรมาส 1/2561 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.77% จาก 2.83% ณ สิ้นปี 2560 ทั้งนี้ ธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 5,012 ล้านบาท หรือ 0.98% ของสินเชื่อรวม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวดีขึ้นเป็น 141.9% ณ สิ้นไตรมาส 1/2561 จาก 137.3% ณ สิ้นปี 2560

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ธนาคารให้ความสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่มด้วยบริการทางการเงินซึ่งอยู่บนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ทันสมัย ซึ่งมีทั้งความรวดเร็วและปลอดภัย
ส่วนในการดำเนินธุรกิจนั้น ถึงแม้การแข่งขันจะสูงขึ้นทั้งจากธนาคารพาณิชย์และที่มิใช่ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารก็ได้ปรับตัวสู้ด้วยยุทธศาสตร์ตีลังกา (Going upside down) เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและรวดเร็วต่อการตอบสนองของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้าทุกรูปแบบ ซึ่งในระยะยาวธนาคารเชื่อว่า “ธนาคารบนมือถือ” จะเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจให้ธนาคารต่อไป”

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศที่ให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร ก่อตั้งขึ้นโดยพระบรมราชานุญาตในปี พ.ศ. 2449 โดยเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งแรกของประเทศ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2561 ธนาคารมีมูลค่าตลาดรวม (Market Capitalization) สูงเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มสถาบันการเงิน (486 พันล้านบาท) มีเครือข่ายสาขาและจุดให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ (สาขาจำนวน 1,084 สาขา หากรวมศูนย์บริหารความมั่งคั่ง ศูนย์ธุรกิจเอสเอ็มอี และ Service Center จำนวนสาขารวมทั้งสิ้นจะเป็น 1,094 สาขา นอกจากนี้ยังมีศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 105 แห่ง และเครื่องเอทีเอ็ม 9,586 เครื่อง) เพื่อให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกค้าธุรกิจขนาดกลาง/ขนาดย่อม และลูกค้าบุคคลด้วยขนาดสินทรัพย์ 3,055 พันล้านบาท