F170693E-06FE-49D4-87C4-8591CC28B4AC

นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จํากัด (มหาชน) หรือ AECS เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นว่า AECS มองทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้ มีแนวโน้มปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิจัยของAECS ได้ให้กรอบการแกว่งตัวของดัชนีที่1,953 จุด เนื่องจากมองว่าตัวเลข GDP Growth ในปี 2561 มีการเติบโตต่อเนื่อง ตามการคาดการณ์ของสภาพัฒน์ และธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินการเติบโตของ GDP จะขยายตัวอีก 4%YoY ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศมีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น

สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตาในปีนี้ ยังคงเป็นเรื่องการเลือกตั้ง ที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วมากน้อยแค่ไหน รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นในปีนี้ อย่างน้อย 3 ครั้งหรือสู่ระดับ 2.25% สูงกว่าดอกเบี้ย RP ของไทยที่ยังไม่ขยับจากระดับ 1.50% มาเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมนายหน้าค้าหลักทรัพย์(โบรกเกอร์)ว่า ภาคการแข่งขันในธุรกิจดังกล่าวยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โบรกเกอร์ในแต่ละแห่งต้องมีการปรับตัวเพื่อพัฒนาระบบ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มนักลงทุนที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งAECS ได้มีการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานโดยการเพิ่มเครื่องมือในการรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ ธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending : SBL) การซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงราคาหุ้นแบบรายใหญ่ หรือ Single Stock Futures (SSF) Block Trade ระบบการเทรดหุ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI ) ภายใต้ชื่อ AIPRO ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากAECS ได้มีการเปิดตัว AIPRO ในช่วงปลายปี2560 ที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทฯมีลูกค้าที่เปิดพอร์ตแล้วกว่า 300 บัญชี

โดยบริษัทฯตั้งเป้าว่าจะมีสัดส่วนการเปิดบัญชีที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บัญชี ส่วนบัญชีการซื้อขาย Single Stock Futures ที่โบรกเกอร์จะเข้าเป็นคู่สัญญาฝั่งตรงข้ามให้กับลูกค้า ในการซื้อขาย Single Stock Futures นั้น ปัจจุบันมีการเปิดบัญชีดังกล่าวเข้ามาแล้วจำนวน 600 บัญชี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามเป้าที่วางไว้จำนวน 1,000 บัญชีได้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ นอกจากเครื่องมือการลงทุนในตลาดหุ้นในข้างต้นแล้ว บริษัทฯยังให้ความสำคัญกับธุรกิจด้านวาณิชธนกิจ(IB) อย่างต่อเนื่อง โดยภายในปีนี้บริษัทฯเตรียมได้รับแต่งตั้งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน และมีแผนในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 5-6 บริษัท โดยมีมูลค่าการระดมทุนรวมประมาณ 4-5 พันล้านบาท รวมถึงเตรียมเข้าเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่าย (CO Underwriter)บริษัทที่เตรียมเข้าระดมทุนอีกหลายแห่ง

“ ต้องยอมรับว่าในปีนี้ AECS มีความโดดเด่นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการผ่านช่องทางด้านการลงทุน หรือแม้แต่การนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้เป็นผลจากการที่บริษัทฯมีช่องทางให้บริการลูกค้าที่หลากหลาย และทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละโปรดักทางธุรกิจ ซึ่งถือได้ว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนองค์กร ให้มีความแข็งแกร่ง ” นายชนะชัยกล่าว