ait

นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. แอ็ดวานซ์  อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี (AIT) ผู้นำในธุรกิจบริการออกแบบและรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานจากงบเฉพาะกิจการในไตรมาส 1/60 (ม.ค.-มี.ค.) มีรายได้รวม 1,139 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมาจากศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่ดีของ AIT ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยสามารถส่งมอบงานให้แก่ลูกค้าได้ตามกำหนด ขณะเดียวกัน ยังบริหารจัดการด้านต้นทุนที่ดี จึงทำให้ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในไตรมาสแรกเติบโตได้ตามแผนงานที่วางไว้

 

 

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยหน่วยงานภาครัฐมีงานประมูลโครงการใหญ่หลายโครงการที่เตรียมเปิดประมูลในปีนี้ รวมถึงภาคเอกชนที่มีการลงทุนพัฒนาระบบ IT เพื่อเตรียมพร้อมการทำธุรกิจในยุคไทยแลนด์ 4.0 จึงทำให้การประมูลงานด้านการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความคึกคักมากขึ้น

 

 

ขณะที่บริษัทมีศักยภาพและความพร้อมในการเข้าร่วมงานประมูลวางระบบจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยในไตรมาส 1/60 นั้น บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในงานใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขึ้น เช่น อินเทอร์เน็ตหมู่บ้านที่คว้า 2 สัญญารวมมูลค่าประมาณ 850 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่างานในมือ (Backlog) ณ วันที่ 9 พ.ค. 60 มีจำนวน 3,015 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี้ประมาณ 2,306 ล้านบาทและส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 61 จึงมั่นใจว่าเป้าหมายในปีนี้ที่ตั้งเป้า 5,000 ล้านบาทจะได้ตามแผนที่วางไว้

 

 

นอกจากกลุ่มธุรกิจ SI แล้ว บริษัทฯ จะเร่งปรับโมเดลการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีบริษัทเครือข่ายมากมายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างครบวงจรตามกระแสการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น โดย AIT มีความพร้อมสู่การเป็นผู้สร้างระบบ Private Cloud และนำข้อมูลในระบบคลาวด์ที่มีอยู่มากมาย (Big Data) มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง หรือที่เรียกว่า Data Virsualization

 

 

นอกจากนี้บริษัทยังเป็นผู้ให้บริการสร้างระบบป้องกันความปลอดภัยในข้อมูล (Security) ที่มีอยู่ในคลาวด์ทั้งระบบ ตลอดจนขยายธุระกิจสู่ Software โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายของ SAP และธุรกิจด้าน IOT หรือ Internet of things เพื่อรองรับการเชื่อมโยงสั่งการอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจให้แก่ลูกค้าที่ต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพให้ดีขึ้น และส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของ AIT ในระยะยาว ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

 

 

ส่วนความคืบหน้าโครงการในต่างประเทศ  AIT ได้เข้าลงทุนในบริษัท Campana จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเดินสายเคเบิ้ลใต้ทะเลในฝั่งอันดามันเพื่อให้บริการเช่าลิงค์ โดย AIT จะเข้าถือหุ้นจำนวน 28,365 หุ้น หรือคิดเป็น 8.04% ของหุ้นที่จดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งใช้งบลงทุนในครั้งนี้ประมาณ 2.45 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 85.75 ล้านบาท