B8699135-F3DB-418B-B29C-C760FCB81080

“ออลล่า”ตุน Backlog 353ลบ. ทยอยรับรู้รายได้ Q4/60 เป็นต้นไป ปีหน้าลุ้นรายได้โต หลังแนวโน้มงานเครน และรอกไฟฟ้ารวมถึงประตูอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น รับ EECเร่งสรุปพันธมิตรใหม่บุกอินโดฯ ชัดเจนภายในต้นปีหน้า

นายองอาจ ปัณฑุยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล่า จำกัด (มหาชน) หรือ ALLA ผู้ผลิต จำหน่าย และติดตั้งเครน และรอกไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุอุปกรณ์ และสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้าต่าง ๆ เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ณ ไตรมาสสาม 2560 จำนวน 353 ล้านบาท ซึ่งงานที่ยังไม่ได้ส่งมอบดังกล่าวจะทยอยรับรู้รายได้ ตั้งแต่ไตรมาสที่สุดท้ายของปีนี้เป็นต้นไปโดยบริษัทฯคาดว่าแนวโน้มของผลประกอบการในปี 2561 มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นหลังจากปริมาณงานเครน และรอกไฟฟ้า รวมถึงประตูอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

ในขณะเดียวกันบริษัทฯได้เร่งสรุปแผนในการขยายธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย โดยอยู่ในระหว่างเจรจากับพันธมิตรรายใหม่ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายเครนและรอกไฟฟ้า และประตูอุตสาหกรรม โดยบริษัทคาดว่าจะสามารได้ข้อสรุปภายในต้นปี 2561 ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯได้ให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียมาโดยตลอด เนื่องจากยังคงเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจเครนและประตูอุตสาหกรรมในประเทศอินโดนีเซีย และยังคงแสวงหาโอกาสในการเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียตามแผนทางธุรกิจเดิม เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯและผู้ถือหุ้น

“เราเร่งที่จะสรุปการเข้าลงทุนในอินนีเซีย ด้วยการหาพันธมิตรรายใหม่ที่มีความพร้อม และศักยภาพในการร่วมกันสนับสนุนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการขยายธุรกิจ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ แต่ยังคงยืนยันว่าเรามีความมุ่งมั่นที่ขยายการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียเหมือนเดิม เนื่องจากการมองเห็นโอกาสที่เปิดกว้าง และศักยภาพในการขยายธุรกิจ ในขณะที่ในปี 2561 ภาพรวมของธุรกิจเครนและรอกไฟฟ้าก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ทำให้เราคาดว่าผลงานของบริษัทฯมีโอกาสเติบโตขึ้นจากในปีนี้” นายองอาจกล่าว

ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทฯประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2560 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.25 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับผลประกอบการช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11.15 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทฯมีรายได้รวมอยู่ที่ 184.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.72 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับผลประกอบการช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 134.17 ล้านบาท