สันติ set

ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บมจ. ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มการเงิน หมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “ASAP” ในวันที่ 30 มี.ค. 60 นี้ โดย ASAP ให้บริการรถยนต์ให้เช่าแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อ “asap” ด้วยรูปแบบการให้บริการที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์ให้เช่าระยะยาว (Operating Lease) สำหรับลูกค้านิติบุคคล รถยนต์ให้เช่าระยะสั้นสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา และรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับ (Limousine) สำหรับลูกค้านิติบุคคลที่มีความต้องการเช่ารถยนต์พร้อมบริการคนขับรถ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม

 

 

ASAP มีทุนจดทะเบียน 330 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 450 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 210 ล้านหุ้น โดยเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) 189 ล้านหุ้น และกรรมการและผู้บริหารของบริษัท 21 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 22-24 มี.ค. 60 ในราคาหุ้นละ 3.03 บาท มูลค่าระดมทุนรวม 636.30 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,999.80 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

 

 

ด้านนายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ (ASAP) เปิดเผยว่า การระดมทุนจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนให้กับบริษัทในการลงทุนพัฒนาโครงการศูนย์รวมการให้บริการเกี่ยวกับรถยนต์แบบครบวงจร “asap Auto Park” ย่านบางนา-ตราด คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/61 เพื่อรองรับการขยายธุรกิจให้สอดคล้องกับตลาดที่มีแนวโน้มการใช้บริการรถเช่าทั้งแบบระยะยาวและระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงชำระคืนหนี้สิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียน

 

 

ASAP มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวนายทรงวิทย์ 68.18% DEUTSCHE BANK AG, LONDON 3.18% และนายญนน์ โภคทรัพย์ 0.68% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนสถาบันในประเทศ (book building)  โดยคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 27.55 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการปี 2559 หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.11 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท