krungsri_logo (1)

ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.35-34.70 ต่อดอลลาร์ หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และปิดอ่อนค่าที่ 34.59 บาทต่อดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว สำหรับภาพรวมของเดือนเม.ย. เงินบาทอ่อนค่าลง 0.6% จากสิ้นเดือนมี.ค. โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 1.8 พันล้านบาท และ 1.25 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นการซื้อพันธบัตรอายุมากกว่า 1 ปี

 

 

ขณะที่ปัจจัยชี้นำของตลาดโลกจะอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีแถลงการณ์วันที่ 3 พ.ค. หรือเวลา 01.00 น. ตามเวลาไทยในวันที่ 4 พ.ค. โดยคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ แต่นักลงทุนจะสนใจต่อท่าทีของเฟดเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มดอกเบี้ยในปีนี้และปีหน้า ขณะที่สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าปรับตัวรับความเป็นไปได้ราว 70% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ ตลาดจะจับตาข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐและการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบสุดท้ายวันที่ 7 พ.ค.นี้

 

 

สำหรับปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/60 จะเติบโตกว่า 3% ส่วนทางการจะต่ออายุมาตรการลดวงเงินประมูลพันธบัตร ธปท.อายุ 3 เดือน และ 6 เดือน ไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่ใช้ถึงสิ้นเดือนเม.ย. นอกจากนี้ ธปท.กล่าวว่ายังมีเครื่องมืออื่นๆ ที่ใช้ดูแลเงินทุนไหลเข้าได้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 0.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำสุดในรอบ 6 เดือน เป็นผลของภัยแล้งซึ่งทำให้ฐานของราคาอาหารในปี 59 อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ภาวะเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นอย่างช้าๆ และธปท. แสดงท่าทีชัดเจนว่าเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์สนับสนุนมุมมองของกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ที่ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะถูกตรึงไว้ที่ 1.50% ตลอดปี 60 ซึ่งจะช่วยจำกัดการแข็งค่าของเงินบาทได้บ้างในระยะนี้