k บรรณรงค์ พิชญากร บล.บัวหลวง

หลักทรัพย์บัวหลวง แนะกลยุทธ์เน้นลงทุนใน DW อิงหุ้นรายตัว ท่ามกลางตลาดหุ้นไร้ทิศทาง ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ ส่วนใครยังชอบ DW  อิง SET50 Index แนะให้ลงทุนใน DW ที่มีค่าเสื่อมเวลาต่ำ ล่าสุดส่งอีก 18 ตัวใหม่อิงหุ้นบิ๊กแคป

 

 

นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าภาพรวมการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrant : DW) ประจำเดือน พ.ค. 60 ค่อนข้างเบาบาง  โดยสัดส่วนการซื้อขาย DW ต่อการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งระบบอยู่ที่ 5.2% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 4 เดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560  ในขณะที่หุ้นอ้างอิงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนให้ความสนใจซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก ยังอยู่ในกลุ่มดัชนีหลักทรัพย์ 53.4%, กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 9.2% และกลุ่มธนาคาร 6.2%

 

 

“เป็นที่น่าสนใจว่าการซื้อขาย DW ที่อ้างอิงกับดัชนีหลักทรัพย์ (SET50 Index) เริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุนลดลงเหลือ 53.4% ของการซื้อขายทั้งตลาด จากเดือนเมษายนที่ผ่านมามีสัดส่วนสูงถึง 62.3% ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ดัชนีไม่มีทิศทางชัดเจนและมีความผันผวนต่ำอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนมองว่าการทำกำไร DW อ้างอิง SET50 Index ทำได้ยาก จึงเริ่มชะลอการลงทุน”นายบรรณรงค์ กล่าว

 

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนต่ำเช่นนี้ หลักทรัพย์บัวหลวง จึงแนะนำให้นักลงทุนเน้นการลงทุนใน DW ที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัว เนื่องจากหุ้นรายตัวมักมีความผันผวนของราคาสูง และมีปัจจัยหรือข่าวสารต่างๆ เข้ามาผลักดันให้ราคาขึ้นหรือลงตลอดเวลา ดังนั้น นักลงทุนควรศึกษาปัจจัยหลักๆ ที่คาดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เพราะจะช่วงให้เราสามารถลงทุนใน DW ได้ดีขึ้น เช่น หากเราทราบว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน และส่งผลลบต่อหุ้นในกลุ่มสายการบิน เราจะสามารถเลือกลงทุนใน Call DW หรือ Put DW ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ นักลงทุนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค เพราะจะช่วยให้เรากำหนดจุดเข้าซื้อและขายออกที่ได้เปรียบอีกด้วย

 

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่ยังต้องการลงทุนใน DW ที่อ้างอิงกับ SET50 Index แนะนำให้ซื้อ DW ที่มีค่าเสื่อมเวลาต่ำๆ เช่น ไม่เกิน 0.1-0.2% ต่อวัน เนื่องจากในภาวะที่ตลาดหุ้นแกว่งตัวแคบๆ นักลงทุนอาจต้องถือนานขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการทำกลยุทธ์แบบ Straddle และ Strangle โดยการซื้อCall DW และ Put DW พร้อมกัน เนื่องจากกลยุทธ์ดังกล่าวเหมาะกับการลงทุนในสภาวะที่ตลาดผันผวน ซึ่งหากดัชนีตลาดเคลื่อนไหวไม่มากนัก อาจทำให้ได้รับผลกระทบจากค่าเสื่อมเวลาเป็นอย่างมาก

 
ทั้งนี้ หลักทรัพย์บัวหลวงยังมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรผลิตภัณฑ์ เพื่อให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ออกและเสนอขาย DW ชุดใหม่อ้างอิงหุ้น 18 ตัวอ้างอิง AAV, ADVANC, AOT, CPF, CPN, DTAC, GPSC, INTUCH, KBANK, KKP, KTB, PTT, PTTEP, PTTGC, SET50, SCB, SCC, TRUE  สำหรับจุดเด่นของ DW ชุดนี้คือเป็น DW ที่มีค่าเสื่อมเวลาต่ำ ซึ่งตอบโจทย์การลงทุนในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ