หุ้น IPO

 

ไพโอเนียร์ มอเตอร์ มั่นใจนักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้น IPO วันที่ 3-5 สิงหาคมนี้คึกคัก เพื่อนำเงินระดมทุนไปขยายกำลังการผลิต ชี้ตั้งราคาเหมาะสม มีส่วนลดให้นักลงทุน

นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO เปิดเผยว่า ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าในการเปิดจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ IPO ของ PIMO ในวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ นักลงทุนทั่วไปจะให้ความสนใจในการจองซื้อหุ้นอย่างคึกคัก และการระดมทุนครั้งนี้ จำนวน 156 ล้านบาท นำไปขยายกำลังการผลิตและเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน เพื่อมีสภาพคล่องที่ดีต่อบริษัท เนื่องจาก PIMO มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่องจากแผนขยายตลาดในการส่งออกเพิ่มขึ้น ประกอบกับการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน หรือโรดโชว์ 9 จังหวัด ทั้งชลบุรี ภูเก็ต นครราชสีมา ขอนแก่น นครสวรรค์ นครปฐม หาดใหญ่ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ

‘ไพโอเนียร์ มอเตอร์เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดส่งออก ที่มีอัตราส่วน 25% เราจึงมั่นใจว่านักลงทุนจะให้ความสนใจเข้าจองซื้อหุ้นในวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ อย่างคึกคัก’ นายสมภพกล่าว

นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO เปิดเผยว่า บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2545 โดยมีสินค้าหลักมากกว่า 85% เป็นมอเตอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศและปั๊มน้ำ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน และมีปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2557 บริษัทมีรายได้ 489.47 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปี 2558 จะมีอัตราการเจริญเติบโตไม่น้อยกว่า 10-15% และการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ครั้งนี้ บริษัทได้มีการเดินทางให้ข้อมูลของธุรกิจ หรือโรดโชว์อย่างทั่วถึงแก่นักลงทุนกว่า 9 จังหวัดทั่วประเทศ จึงมั่นใจว่าในการเปิดจองซื้อหุ้น IPO ของ PIMO จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั่วประเทศ

‘ธุรกิจของไพโอเนียร์มอเตอร์เป็นสินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศมีความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ส่วนปั๊มน้ำบ้านก็ล้วนแล้วแต่มีอยู่ทุกบ้าน และถูกใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่านักลงทุนจะสนใจจองซื้อหุ้น IPO อย่างคึกคัก เพราะเราได้เดินทางให้ข้อมูลแก่นักลงทุน และนักวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาของการโรดโชว์ที่ผ่านมา’ นายวสันต์กล่าว

นายนิมิต วงศ์จริยกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่าย และรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO บริษัทฯมีความมั่นใจในการเปิดจองซื้อหุ้นของ PIMO ในวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากราคาหุ้นที่เสนอขายที่ 1.30 บาท โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ หรือ พาร์ที่ 0.25 บาท เป็นราคาที่มีความเหมาะสม และมีส่วนลดให้กับนักลงทุน โดยจะมีการเสนอขายหุ้นทั้งหมด 120 ล้านหุ้น มีบล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำในการจัดจำหน่าย และรับประกันในการจัดจำหน่าย โดยมีบล.แอปเปิล เวลธ์, บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ฟิลลิป, บล.อาร์เอชบี โอเอสเค และบล.โกลเบล็ก เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่าย และรับประกันการจัดจำหน่าย

‘จากราคาไอพีโอที่ 1.30 บาท และจำนวนหุ้นที่เสนอขาย 120 ล้านหุ้น มีความเหมาะสม ที่สำคัญมีส่วนลดให้กับนักลงทุนอีกด้วย ซึ่งหลังจากการให้ข้อมูลกับนักลงทุน และนักวิเคราะห์ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เราจึงมั่นใจว่านักลงทุนจะให้ความสนใจเข้าจองซื้อหุ้นจำนวนมาก’ นายนิมิตกล่าว

 

image

TFG เตรียมขายหุ้น IPO 1.4 พันล้านหุ้น หลัง ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง
คุณคมกฤต มีคำสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส บล.เคที ซิมิโก้ ในฐานะที่ปรึกทางการเงิน เปิดเผยว่า หลังจากยื่นไฟลิ่ง บมจ.ไทยฟู๊ด กรุ๊ป ผู้ประกอบธุรกิจผลิตไก่และสุกร ดำเนินธุรกิจทั้งในไทยและเวียดนาม ล่าสุด ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งไฟลิ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 1.4 พันล้านหุ้น คิดเป็น 25.92% ของจำนวนหุ้นสามัญ ที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนที่ออกชำระแล้วจำนวน 5.4 พันล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1 บาท สำหรับตารางเวลาในสัปดาห์หน้าจะไปโรดโชว์ที่ เชียงใหม่,หาดใหญ่,ขอนแก่น และในวันที่ 14 สิงหาคม โรดโชว์ที่กรุงเทพโดยคาดว่าจะกำหนดขายหุ้นได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้และคาดเข้าเทรดต้นเดือนกันยายน
สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปขยายธุรกิจไก่ สุกรและอาการสัตว์ โดยมีแผนการลงทุนในโรงงานผลิตไส้กรอก ปรับปรุงโรงผลิตชิ้นส่วนไก่ รวมถึงการสร้างสุกรทวดพันธุ์ฟาร์มแห่งที่สองก่อสร้างอย่างน้อย 5 ฟาร์มและลงทุนในชิ้นส่วนสุกรและลงทุนซื้อเครื่องจักรหรือปรับปรุงเครื่องจักรและโรงผลิตอาหารสัตว์ที่ปัจจุบันมีอยู่ 3 โรงและลงทุนในโรงผลิตอาหารสัตว์เพิ่มเติมอีก 1 โรง โดยส่วนที่จะลงทุนในส่วนไหนเท่าไรอย่างไรก็ดูจำนวนเงินก่อนว่าจะเหมาะสมกับส่วนใด

                     IMG_2122                                                      

                                                                         

เสร็จสิ้นภารกิจ ขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปอีสาน พบปะนักลงทุน 10 จังหวัด ว่าที่ไอพีโอน้องใหม่จาก ค่าย APM บริษัท เอทีพี 30จำกัด (มหาชน) (ATP30) ผู้นำรถขนส่งบุคลากรภาคตะวันออก ยังเครื่องแรงไม่มีผ่อน ปิยะ เตชากูล บอสใหญ่ เตรียมเดินสายพบปะนักลงทุนตามห้องค้าแบบแน่นขนัดทั้ง โนมูระ ฟิลลิป ฟินันเซียไซรัส และ แอพเพิล เวลท์ ขอปรบมือรัวๆให้กับสปิริตเอ็มดีใหญ่ แว่วข่าวว่าเตรียมเปิดจองหุ้นภายในเดือน ส.ค.นี้ ใครไม่อยากพลาดหุ้นดี มีคุณภาพ อนาคตไกล เตรียมตัวติดตามกันอย่าให้พลาด

 

 

 

image

 

COM7 เคาะราคา IPO 3.35 บ./หุ้น เปิดจอง 31 กรกฎาคม และวันที่3-4 สิงหาคม คาดเทรด 10 สิงหาคม นี้
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นของ บมจ.คอมเซเว่น (COM7) เปิดเผยว่า การกำหนดราคาไอพีโอของ COM7 ที่เสนอขายในครั้งนี้ จำนวน 300 ล้านหุ้น พาร์ 0.25 บาท หรือประมาณ 25%ของหุ้นทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ การกำหนดราคาไอพีโอของ COM7 ถือเป็นระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีความน่าสนใจ โดยกำหนดราคาไอพีโอ อยู่ที่ 3.35 บาท คิดเป็น P/E ที่ประมาณ 17.82 เท่า จากกำไรสุทธิ 12 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่ 2Q/57 ถึง 1Q/58 ซึ่งมีส่วนลดประมาณ 39%จาก P/E ที่ 29เท่าของกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดพาณิชย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำหรับด้านสภาวะตลาดในปัจจุบันมองว่าไม่มีความกังวล เนื่องจากเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของCOM7 และธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องได้ในอนาคต
ด้านคุณสุระ คณิตวีกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 กล่าวว่า เม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ราว 1,005 ล้านบาท จะนำไปใช้ขยายธุรกิจจำนวน 300 ล้านบาท ชำคืนเงินกู้ระยะสั้น 500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจประมาณ 205 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัท มีเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มอีก 38 สาขา ในปีนี้ คาด สิ้นปีจะมีจำนวนสาขาร้านขายปลีกและศูนย์บริการทั้งสิ้น 355 สาขาและในปี60 คาดมีจำนวนสาขาที่ 500 สาขา
ด้านผลประกอบการของบริษัทในปีนี้คาดรายได้เติบโต 15%จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 14,102 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 206.9 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11-12%และมีอัตรากำไรสุทธิประมาณเกือบ 2% และเราก็หวังว่าอัตรากำไรสุทธิของเราจะโตขึ้นมากกว่านี้จากแผนธุรกิจของเราที่จะเริ่มในช่วงปลายปีนี้ คือเป็นธุรกิจการวางระบบไอทีให้กับธุรกิจ SME ที่ใช้ไม่เกิน 50 user ที่มีมูลค่าของตลาดมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเราหวังส่วนแบ่งจากตลาดในอนาคต 5% รวมถึงโอกาสในการรุกตลาดไปยัง AEC เพิ่มเติมให้มากขึ้น จากปัจจุบันเราได้ร่วมกับพันธมิตรเพื่อเปิดร้าน Banana IT ในประเทศเมียนม่าร์แล้ว 2 สาขาเพื่อเป็นการนำร่องในการรุกไปยังประเทศอื่นๆและธุรกิจการบริการหลังการซื้อสินค้าของ APPLE ที่จะทำให้อัตรากำไรสุทธิเรามากขึ้น

image

 

 

บมจ.ออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้พร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาส 3/58 โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวน 180 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.50 บาท ด้านผู้บริหารหนุ่ม “พีระพงศ์ จรูญเอก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลุยเปิดโครงการใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ โครงการ ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชียน ศรีราชา มูลค่ารวม 2,500ล้านบาท หวังกระตุ้นยอดขายสิ้นปีแตะ 5,500 ล้านบาท จากปัจจุบันมียอดรอรับรู้รายได้ 5,300 ล้านบาท พร้อมเดินสายขายโครงการคอนโดมีเนียมต่างประเทศ คาดสัดส่วนรายได้ลูกค้าต่างประเทศโต 20% ในปีหน้า จากเดิม 10%

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้จำกัด (มหาชน) หรือ OR Iผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียมตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบรางในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาส 3/2558 นี้ โดยจะขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปใช้ในการขยายโครงการ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯมีโครงการอยู่ในมือ 27 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 17,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จํานวน 12 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 8,065 ล้านบาท และโครงการในอนาคตอีกจํานวน6 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมประมาณ 6,270 ล้านบาท และยอดขายที่รอรับรู้เป็นรายได้ จำนวน 5,300 ล้านบาทซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2558-2559

ทั้งนี้ในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่ม คือ โครงการ ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชียน ศรีราชา เป็นคอนโดมิเนียม 35 ชั้น มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดขายโครงการดังกล่าวได้ในไตรมาส 3/2558 โดยโครงการดังกล่าวได้รับวงเงินสินเชื่อจากธนาคารยูโอบีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนโครงการไนท์บริดจ์ สกายซิตี้สะพานใหม่ ติดถนนพหลโยธิน และสถานีรถไฟฟ้า BTS สายหยุด เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง 15 ชั้น มูลค่า 1,340 ล้านบาท ปัจจุบันมีการเปิดขายอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งขณะนี้มียอดขายแล้วกว่า 80% ของมูลค่าโครงการและคาดว่าโครงการดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 3/2560

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้ (ORI) กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ว่า แนวโน้มธุรกิจมีการเติบโตที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ในระดับ 3%

นอกจากนี้บริษัทฯได้เดินหน้ากระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยอดขายในส่วนของกลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศ ซึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคม –สิงหาคมนี้ บริษัทฯ จะเดินสายนำเสนอข้อมูลของโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมทั้งแบบอาคาร Low Rise และอาคาร High Rise ที่ประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีนโดยตั้งเป้าสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศในปี 2559 เพิ่มเป็น 20% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศอยู่ที่ระดับ 10%

สําหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี2555 บริษัทฯ มีรายได้รวม 192.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 28.6 ล้านบาทปี 2556 มีรายได้รวม 418.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 64.2 ล้านบาท และปี2557 มีรายได้ 559.4 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 70.3 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (2555-2557) โดยมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 69.79% ขณะที่ผลการดำเนินการในไตรมาสแรกยังสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีคุณภาพของบริษัทฯ ที่รายได้ 489.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 105.3 ล้านบาทเพียงไตรมาสเดียวเติบโตอย่างมีคุณภาพเมื่อเทียบกับปีที่แล้วทั้งปี

ดร.สันติ

 

 

ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บมจ. ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE)จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่28กรกฎาคม 2558 โดยจะเข้าจดทะเบียนในกลุ่มบริการ หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ทั้งนี้WICEเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร ทั้งการนำเข้าและส่งออก โดยการขนส่งทางทะเลและทางอากาศครอบคลุมกว่า 100 ประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งให้บริการด้านพิธีการศุลกากรและการขนส่งในประเทศWICEมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเส้นทางการขนส่งทางทะเล ปัจจุบันครอบคลุมท่าเรือหลักในเขตการค้าสำคัญในประเทศต่างๆ สหรัฐอเมริเป็นตลาดหลัก รองลงมาได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศออสเตรเลีย และประเทศจีน

WICE มีทุนชำระแล้ว 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 450 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 150 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไป (IPO) เมื่อวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2558 ในราคาหุ้นละ 2.10 บาท มูลค่าระดมทุน 315 ล้านบาท ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,260 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นางอารยา คงสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) เปิดเผยว่า การนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ จะเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตของบริษัท โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปสร้างคลังสินค้า เพิ่มจำนวนรถบรรทุกหัวลาก-หางพ่วง ขยายพื้นที่ลานจอดรถบรรทุก พัฒนาระบบสารสนเทศ และใช้เป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ เพื่อรองรับการขยายตัวด้านโลจิสติกส์ และเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างมีศักยภาพต่อไป

WICE มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวคงสุนทรและตันติกุลสุนทร 64.7% กลุ่มนาย ลิม เมง ปุย 7.8% และ นาย ฟุง ไตย ไวย2.6% ทั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นครั้งนี้ คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 21 เท่า คำนวณจากผลประกอบการในรอบ 12เดือนที่ผ่านมา (1 เมษายน 2557-31 มีนาคม 2558) ซึ่งเท่ากับ 59.98 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.10 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองตามที่กฎหมายกำหนด

image

 

 

 

แต่งตั้ง นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล (คนที่5จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการและนางสาวสิริรัตน์ อิทธิโรจนกุล (คนที่5จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMOพร้อมด้วยนายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม (คนที่4จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและนายเสกสรรค์ ธโนปจัย (คนที่3จากซ้าย)กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และนายนิมิต วงศ์จริยกุล (คนที่4จากขวา) กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ร่วมพิธีแต่งตั้งแกนนำการจัดจำหน่ายหุ้น และรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น (มีต่อ)

โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำการจัดจำหน่ายหุ้น พร้อมด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย รับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น ณ ห้อง 1101 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้

image
คุณวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บลจ.ฟิลลิป ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE)ผู้ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาทในราคาหุ้นละ 2.10 บาท โดยจะเปิดให้จองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 20-22 กรกฎาคมนี้ โดยใช้ชื่อย่อว่า WICE พร้อมกันนี้ยังมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายอีก3แห่งประกอบด้วย บล.โนมูระ บล.เออีซี และ บล.อาร์เอชบี โอเอสเค
การกำหนดราคาไอพีโอนี้ที่2.10บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio)ประมาณ 21 เท่า

image

 
นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (ATP30) นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และนายนิมิต วงศ์จริยกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แกนนำการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ร่วมนำเสนอข้อมูลการเสนอขายหุ้นไอพีโอแก่นักลงทุน จ.นครสวรรค์ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรม 42C เดอะ ชิค โฮเทล

-COLOR คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร

ราคาปิด   1.64

แนวรับ    1.62

แนวต้าน   1.70/ 1.80

Cut loss 1.60

-MBAX-W1 คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร

ราคาปิด   2.76

แนวรับ    2.70

แนวต้าน   3.00/ 3.20

Cut loss 2.60

บล.โกลเบล็ก-300x182

► เด็กแนว: UWC จะใหญ่มาก
► Technical: Triple Top ให้ระวัง
► หุ้นเทคนิคเด่น: OTO, IRCP

-กลยุทธ์การลงทุน “ลด Port ลดความผันผวนจากกรีซ”
คาดหมายการปรับตัวลดลงของดัชนีจากความกังวลต่อการเจรจาหนี้กรีซที่ไม่
คืบหน้าสร้างความกังวลต่อการผิดชำระหนี้แก่ IMF ในช่วงสิ้นเดือนเพิ่มขึ้น
พร้อมการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีก่อนหน้าสร้างโอกาสในการขายทำกำไรใน
วันนี้ สามารถทยอยลด Port เพื่อลความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น เพื่อรอ
สะสมใหม่อีกครั้ง โดยเน้นหุ้นที่มีการจ่ายปันผลที่น่าสนใจ และหุ้นรายตัวขนาด
กลางที่มีปัจจัยเฉพาะตัว

-หุ้นเด่นประเด็นร้อน
-VGI เก็งกำไร
• ได้รับผลดีจากแผนการขยายแนวรถไฟฟ้าในอนาคตเพิ่มพื้นที่การ
โฆษณาของบริษัท
• อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อกิจการในประเทศกลุ่มประชาคมอาเซียน
• ราคาหุ้นตอบรับการยกเลิกตลาดโมเดิร์นเทรดมากเกินไป เป็นโอกาส
ลงทุนในระยะยาว พร้อมการขยายธุรกิจใหม่ชดเชยในส่วนนี้
-TTA เก็งกำไร
• แนวโน้มค่าระวางฟื้นตัวขึ้น สร้างสัญญาณบวกต่อผลประกอบการ
• ปริมาณเงินสดอยู่ในระดับสูงเปิดโอกาสการขยายการลงทุนเพิ่มเติม
• ราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่า Book Value ที่ 16.90 บาทต่อหุ้นมี Discount
ที่น่าสนใจ

เด็กแนวภาคเช้า

-GUNKUL ซื้อ

เป้าหมาย : 31

Stop loss: < 26

-SAMART ซื้อ

เป้าหมาย : 33

Stop loss: < 27.5

-SPALI ซื้อ

เป้าหมาย : 20

Stop loss: < 18.6

-BH ขาย

-IVL ขาย

-DELTA ขาย

บล.บัวหลวง-300x216

-UPA ซื้อเก็งกำไร

ราคาปิด 2.92 แนวรับ 2.80-2.70 แนวต้าน 3, 3.10-3.20

ราคาหุ้นปรับลงมาลึกตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อนที่ช่วง 2-3 เดือนหลังเริ่มมีจังหวะแกว่งตัวยกฐานขึ้นมาได้ต่อเนื่อง ล่าสุดวานนี้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นแรงด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นมากผิดปกติ ขณะที่ Indicator ต่างๆส่งสัญญาณสนับสนุนในเชิงบวก น่าจะมีลุ้นปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านต่างๆและทะลุผ่าน จึงแนะนำเป็นหุ้นเก็งกำไร

 

-TSI ซื้อเก็งกำไร

ราคาปิด 1.25 แนวรับ 1.23-1.20 แนวต้าน 1.30-1.31 , 1.36-1.40

หลังจากมีวอลุ่มหนุนและราคาดีดตัวขึ้นมายืนเหนือเส้นต้นทุนเฉลี่ย sma. ระดับต่างๆ ได้ดี ช่วงท้ายตลาดวานนี้ก็เริ่มมีแรงซื้อเข้ามาผลักดันราคาอีกครั้ง ดังนั้นถ้าไม่ย้อนต่ำกว่าแนวรับอีก คาดว่ามีลุ้นดีดขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ 

For SBL

-VGI ยืมหุ้น short

ราคาปิด 4.96 แนวรับ 4.90-4.80 , 4.70 แนวต้าน 5-5.10

หลังจากราคาดีดขึ้นมาค่อนข้างแรงในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่สัปดาห์นี้จะมีแรงขายออกมากดดันให้ราคาแกว่งตัวแคบๆ และมีจังหวะย้อนลบ ขณะที่รูปแบบกราฟราคาและการฟอร์มตัวของ Indicators ก็อ่อนแอลงด้วย ทำให้มีสิทธิพักตัวลงหาแนวรับก่อนได้ จึงแนะนำยืมหุ้น short โดยใช้แนวต้านเป็นจุดตัดขาดทุน

fss-300x216