เสี่ยจิง สุรเดชCHO

“สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย” บิ๊กบอส บมจ.ช ทวี หรือ CHO แย้มแนวโน้มผลงานครึ่งหลังของปี” 60 โตต่อเนื่อง หลังตุนงานในมือกว่า 2,676 ล้านบาท พร้อมใส่เกียร์หน้าเดินหน้าระบบสแกนบัตรโดยสารบนรถเมล์ ขสมก. ครบ 800 คัน ภายในวันที่ 1 ตุลาคม นี้  ก่อนขยับเพิ่มเป็น 2,600 คัน ภายในเดือนมิ.ย.61 ตามแผน ทยอยรับรู้รายได้ภายใน 5 ปี (2561-2565) ปีละ 330 ล้านบาท หนุนผลงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด  (มหาชน) (CHO) ประกอบธุรกิจเป็นผู้ออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตตัวถังและติดตั้งระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวกับยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมทั้งเป็นผู้ผสานเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบราง และโลจิสติกส์เข้ากับการจัดการอย่างมืออาชีพ เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 คาดว่าจะสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีปริมาณงานในมือ (Backlog) อยู่ประมาณ 2,676 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2560 เป็นต้นไป ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
ส่วนความคืบหน้าโครงการให้เช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) จํานวน 2,600 คัน ระยะสัมปทานรวม 5 ปี กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)   บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้เป็นรายได้เฉลี่ยต่อปีตั้งแต่ปี 2561 – 2565 ประมาณ 330 ล้านบาทต่อปี  ทั้งนี้ ในระยะแรกจะดำเนินการติดตั้งระบบดังกล่าวบนรถประจำทางขสมก. ทั้งรถร้อนและรถปรับอากาศ เพื่อรองรับการใช้บัตรผู้มีรายได้น้อยที่รัฐบาลจะเริ่มต้นโครงการในวันที่ 1 ตุลาคม นี้
        “ตาม TOR ของโครงการให้เช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) จํานวน 2,600 คัน บริษัทฯ ต้องดำเนินการติดตั้งระบบที่ใช้สแกนบัตรโดยสารและกล่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติและส่งมอบงานล็อตแรกจำนวน 100 คัน ภายใน 15 ตุลาคม 2560 และส่งมอบงานล็อตที่สองจำนวน 700 คัน ภายใน 15 ธันวาคม 2560 และล็อตที่ 3 จำนวน 1,800 คัน ภายใน 10 มิถุนายน 2561 อย่างไรก็ตาม  บริษัทฯ ได้เริ่มทยอยติดตั้งระบบที่ใช้สแกนบัตรโดยสารก่อน ให้ครบ 800 คัน ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 เพื่อรองรับการใช้บัตรผู้มีรายได้น้อย สนองต่อนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มสวัสดิการในเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน”     นายสุรเดช กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ  ไปพร้อมกับการขยายศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุก “สิบล้อ 24 ชั่วโมง”  ให้ครบ 8 แห่ง ภายใน 3 ปี (พ.ศ. 2561-2563)   เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของบริษัท  รวมไปถึงการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“ศูนย์สิบล้อ 24 ชั่วโมง”  แห่งแรกที่จังหวัดชลบุรี ได้เปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบแล้วโดยให้บริการซ่อมบำรุงรถบรรทุกทั้ง เครื่องยนต์ ตัวถัง หางพ่วง ระบบช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า และจำหน่ายอะไหล่ต่างๆ  คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ในปีนี้ประมาณ 20 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายเติบโตในปี 2561 ประมาณ 60 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็นประมาณ 70 – 100 ล้านบาทภายในปี 2562” นายสุรเดช กล่าวในที่สุด
ขณะที่ ผลประกอบการในไตรมาส 2/2560 ที่ผ่านมาของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 354.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  116.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น  48.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  และมีกำไรสุทธิ 17.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  16.94 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น  4,685.25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  เนื่องจากมียอดขายเพิ่มขึ้นในส่วนของงานผลิตและรายได้จากงานบริการที่มีสัดส่วนกำไรสูงกว่างานผลิต ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน