1494912652673

นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ของประเทศไทย ในนาม BaNANA ,Studio 7 , BKK และ icare เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในปี 60 บริษัทฯ ตั้งเป้าทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องทั้งในส่วนรายได้และกำไร โดยวางเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 17,211.6 ล้านบาท เนื่องจากภาพรวมเทคโนโลยี สินค้าไอที และโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

 

 

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 1/60 (สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.60) รายได้รวมอยู่ที่ 4,913.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 927.5 ล้านบาท หรือ 23.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,985.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 664.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.3 ล้านบาท หรือ 24.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 34.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 88.7 ล้านบาท โดยสาเหตุสำคัญมาจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการซื้อสินค้าโดยตรงจาก Apple ทำให้ได้รับสินค้าเพียงพอต่อการขาย และมีอัตรากำไรที่ดี

 

 

ขณะที่การร่วมเป็นพันธมิตรกับ TRUE ซึ่งได้มีการจัดโปรโมชั่นการเปิดเบอร์โทรศัพท์พร้อมส่วนลดในการซื้อสินค้ากระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น นอกจากนี้ การขยายสาขาจากการซื้อสินทรัพย์ของบริษัท บางกอก เทเลคอม 999 จำกัด (BKK) จำนวน 44 สาขา ในเดือนธ.ค. 59 ที่ผ่านมา และการจัดโปรโมชั่น กิจกรรมการตลาด ซึ่งได้รับการสนับสนุนการขายจากแบรนด์ต่างๆ มากขึ้น โดยได้เพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้ามาในพอร์ต อาทิ HUAWEI , OPPO เป็นตัวสนับสนุนยอดขายในปีนี้ และคาดว่าแนวโน้มไตรมาส 2/60 จะเติบโตต่อเนื่องได้อีก

 

 

ด้านกลยุทธ์ในปีนี้บริษัทฯ พร้อมที่จะรุกทุกตลาดไอที อีกทั้งมุ่งเน้นการขยายอัตรากำไรให้สูงขึ้นในสินค้า และบริการที่มีมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะภาพรวมธุรกิจขายโทรศัพท์เคลื่อนที่พ่วงดับซิมและแพ็กเกจจากค่ายมือถือที่มองว่ายังเติบโตได้ดี ตั้งเป้าปีนี้บริษัทฯ จะสามารถขายเครื่องพ่วงซิมจำนวน 1.8 แสนเลขหมาย จากสิ้นไตรมาส 1/60 ที่ทำได้แล้ว 4.7 หมื่นเลขหมาย และสิ้นปี 59 ที่ผ่านมา ตั้งเป้าไว้ 1 แสนเลขหมาย ก็สามารถขายเครื่องพ่วงซิมได้ถึง 1.3 แสนเลขหมาย นอกจากนี้ COM7 เป็นพันธมิตรกับ TRUE ทำให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์ในการทำโปรโมชั่นต่างๆ ที่ดึงดูดใจลูกค้าได้เพิ่มขึ้น และยังได้รับส่วนแบ่งรายได้ในการขายซิมพร้อมแพ็กเกจของ TRUE เพิ่มขึ้น เป็นอีกปัจจัยสำคัญสนับสนุนยอดขายและอัตรากำไรที่ดีอย่างต่อเนื่องในปีนี้

 

 

ขณะที่ยอดขายสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนยังเติบโตได้อีก จากสินค้าใหม่ที่ทยอยออกมากระตุ้นตลาด และการได้พันธมิตรแบรนด์ใหม่ๆ รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายเพื่อรุกตลาดสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ ทำให้เชื่อว่าในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ามียอดขายสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 3 พันล้านบาท จากเมื่อสิ้นปี 58 และ 59 บริษัทฯ มียอดขายสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาทตามลำดับ ส่วนยอดขาย iPhone ของบริษัทฯ มีทิศทางที่ดี โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังจากในไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมายอดขายสินค้ากลุ่ม iPhone เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 20%

 

 

นอกจากนี้จุดแข็งสำคัญจากการมีช่องทางการจำหน่ายมากที่สุดและครอบคลุมทั่วประเทศ โดยสิ้นปี 59 บริษัทฯ มีสาขารวมกันแล้วทั้งสิ้น 368 สาขา ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีสาขารวมกันกว่า 500 สาขา จากการขยายสาขาภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ โดยใช้งบลงทุนราว 200 ล้านบาท รวมทั้ง การทยอยเข้าไปบริหารจัดการทรูช้อปเพิ่ม โดยสิ้นไตรมาสแรกของปีนี้ COM7 มีสาขารวมกันแล้ว 390 สาขา ได้แก่ BaNANA 161 สาขา, Studio 7 จำนวน 92 สาขา , Samsung 10 สาขา , iCare 21 สาขา, BKK 44 สาขา และ TRUE 62 สาขา รวมทั้งพัฒนาช่องทางการจำหน่ายผ่านออนไลน์ให้แข็งแกร่ง รุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ภายใต้ชื่อ Banana Store เสริมช่องทางให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าและบริการ COM7 ให้สะดวกยิ่งขึ้น

 

 

อีกทั้งบริษัทฯ ได้เข้าไปรุกตลาดโซลูชั่น ให้บริการเทคโนโลยีและสินค้าไอทีแก่ลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอี ทั้งธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวมทั้งหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ภายใต้แบรนด์ BaNANA Business ซึ่งปัจจุบันมีแฟล็กชิพ สโตร์ สาขาแรกที่พันธ์ทิพย์ พลาซ่า เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งรุกลูกค้ากลุ่มมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา จึงตั้งเป้าหมายปีนี้มียอดขายสินค้ากลุ่ม SME และ Education อยู่ที่ประมาณ 8 ร้อยล้านบาท จากปัจจุบันตุน Backlog ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวแล้ว 300 ล้านบาท

 
“ในปี 60 เราเชื่อว่าตลาดไอทียังมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะตลาดสมาร์ทโฟนที่ยังคงบูมต่อเนื่องจากแบรนด์มือถือค่ายต่างๆ ทยอยออกสินค้ารุ่นใหม่และมีการทำโปรโมชั่น อีกทั้ง ตลาดสมาร์ทโฟนสำหรับ COM7 ยังเล็กมาก เมื่อเทียบกับจำนวนสาขาและยอดขายทั้งหมดที่เรามี เพราะเราพึ่งเริ่มทำไม่นาน จึงมองว่ามีโอกาสเติบโตสูง และมั่นใจว่า COM7 มีจุดแข็งจากการมีสินค้าไอทีครอบคลุมและช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญในการต่อยอดธุรกิจได้อีกมากมาย ตั้งเป้าสิ้นปีมีสาขารวมกันกว่า 500 สาขา ทั้งจากการขยายสาขาผ่านแบรนด์ของตัวเอง แบรนด์ของพันธมิตร และล่าสุดได้เข้าไปบริหารจัดการพื้นที่โซนไอทีให้เทสโก้ โลตัส นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มไลน์สินค้าใหม่ประเภทกล้องเข้ามาจำหน่าย คาดจะสนับสนุนพอร์ตสินค้าไอทีของบริษัทฯ ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าเปิดร้านกล้องในปีนี้ 5 สาขาก่อน และพิจารณาแผนขยายต่อไปในอนาคตเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม” นายสุระ กล่าว

 

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการเติบโตจากการต่อยอดธุรกิจในรูปแบบต่างๆ โดยปัจจุบันได้เข้าไปเจรจากับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นอย่างสูงสุดเป็นสำคัญ ซึ่งคาดว่าอาจเห็นความชัดเจนจำนวน 1 ดีล ในเร็วๆนี้ เพื่อสนับสนุนบริษัทฯ เติบโตแข็งแกร่งในระยะยาว