นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)_resize

นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีพีแอล กรุ๊ป (CPL) ผู้นำอุตสาหกรรมฟอกหนังสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นกิจการในกลุ่มบริษัทเจริญสิน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทฯ  ได้รับข่าวดีอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาสแรกที่ผลประกอบการของบริษัทฯ สามารถพลิกจากที่เคยขาดทุนกลับมาเป็นกำไร โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้อุตสาหกรรมฟอกหนังกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง รวมถึงการที่ยอดขายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลหรือเซฟตี้ โปรดักส์ ภายใต้แบรนด์ “แพงโกลิน” สามารถสร้างยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับคำสั่งผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปจากคู่ค้า ทำให้บริษัทฯ ต้องขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากเดิมที่ฟอกหนังวัวในอัตรา 10,000 ตัวต่อสัปดาห์ เพิ่มเป็น 20,000 ตัวต่อสัปดาห์

 

 

ขณะที่การเพิ่มกำลังการผลิต 1 เท่าตัวจากออเดอร์ที่มีเข้ามานี้ บริษัทฯ สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากยังมีอัตรากำลังการผลิตที่สามารถรองรับได้ ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า ความพร้อมของระบบการผลิตนั้น เราได้อานิสงส์จากช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอุตสาหกรรมฟอกหนังค่อนข้างซบเซา ทำให้ช่วงเวลานั้น เราให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ดังนั้น เมื่อมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าเข้ามาเพิ่ม ก็สามารถที่จะรองรับได้อย่างทันท่วงที

 

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายไลน์การผลิต ด้วยการรับผลิตหนังหมูสำเร็จรูป เพื่อป้อนให้กับอุตสาหกรรมรองเท้าแบรนด์ชั้นนำของออสเตรเลีย โดยบริษัทฯ จะนำเข้าหนังหมูดิบจากประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ก่อนจะผ่านกระบวนการ และส่งต่อให้กับคู่ค้า เพื่อใช้สำหรับการผลิตรองเท้าต่อไป ทั้งนี้ การขยายไลน์ผลิตหนังหมูสำเร็จรูป บริษัทฯ จะลงทุนสร้างโรงงานและซื้อเครื่องจักรใหม่ มูลค่า 120 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถดำเนินการผลิตได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งคาดว่า สินค้าไลน์ผลิตใหม่จะสร้างยอดขายให้กับ CPL เพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี

 

 

“การผลิตหนังหมูสำเร็จรูปในประเทศไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยนัก แต่จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่เราต้องนำเข้าหนังหมูดิบจากต่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยนิยมบริโภคหนังหมู ทำให้ไม่มีวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตเพื่อส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมรองเท้า ส่วนนี้จะทำให้ยอดขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับการขยายกำลังการผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูป และยอดขายของสินค้าแพงโกลิน ที่เติบโตตามภาพรวมอุตสาหกรรมแล้ว ก็มีสัญญาณว่า ในปีนี้การเติบโตโดยรวมของบริษัทฯ อาจจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะเติบโตได้ในราว 25% อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะปรับการคาดการณ์ใหม่ เพราะน่าจะต้องรอให้ผ่านพ้นไตรมาสที่ 3 ไปเสียก่อน จึงจะสามารถประเมินใหม่ได้อีกครั้ง” นายภูวสิษฏ์กล่าว