คุณประพันธ์

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บมจ. เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มบริการ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “D” ในวันที่ 3 เม.ย. นี้ โดย D และบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจให้บริการทางทันตกรรมแบบครบวงจร ภายใต้แบรนด์ “BIDC”,“Dental Signature” และ “Smile Signature”ปัจจุบันมีศูนย์ทันตกรรมและคลินิกทันตกรรมทั้งหมด 12 สาขา ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 10 สาขา และภูเก็ต 2 สาขา ดำเนินการภายใต้ “BIDC” 1 สาขา, “Dental Signature” 3 สาขา และ“Smile Signature” 8 สาขา

 

 

D มีทุนชำระแล้ว 100 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 150 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 50 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 23-27 มี.ค. 60 ในราคาหุ้นละ 6.00 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 300 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,200 ล้านบาท มีบริษัทที่ปรึกษาเอเซีย พลัส จำกัดเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

 

 

ด้านทพ. พรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เดนทัล คอร์ปอเรชั่น (D) เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจมา กว่า 12 ปี ให้บริการทั้งในรูปแบบศูนย์ทันตกรรมและคลินิกทันตกรรมด้วยเทคโนโลยีและวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีมาตรฐานการรักษาในระดับสากล ศูนย์ทันตกรรม BIDC ได้รับการรับรองมาตรฐาน Joint Commission International (JCI) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก บริษัทให้บริการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความพึงพอใจของผู้รับบริการ กลุ่มลูกค้าของบริษัทมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนเพื่อขยายสาขา ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

 

 

D มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวตันตาปกุล ถือหุ้น 77.18% กลุ่มครอบครัวแก้วสว่าง ถือหุ้น 0.90% และ Mr. Chen Chung Ni ถือหุ้น 0.50% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 28.22 เท่า คำนวณจากผลประกอบการในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (1 ม.ค. 59-31 ธ.ค. 59) ซึ่งเท่ากับ 42.52 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.21บาททั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมายตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทและกฎหมาย