คุณสาธิต สุดบรรทัด

นายสาธิต สุดบรรทัด กรรมการผู้จัดการ บมจ. ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาและบริการหลังการขาย ภายใต้แบรนด์ ตราเพชร เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/60 (ม.ค.-มี.ค. 60) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 135.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.83% เมื่อเปรียบกับช่วงเดียวของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 129.31 ล้านบาท (รวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดินที่ไม่ได้ใช้งาน) หรือหากเปรียบกับกำไรสุทธิจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 106.19 ล้านบาท (ไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดินที่ไม่ได้ใช้งาน 23.12 ล้านบาท ) จะเติบโตถึง 27.66% และเติบโต 95.87% หากเทียบกับกำไรสุทธิในไตรมาส 4/59

 

 

โดยกำไรสุทธิของบริษัทฯ ในไตรมาสแรกของปีนี้ เติบโตได้อย่างโดดเด่นมาจากความสำเร็จในการบริหารจัดการด้านช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ จึงสามารถผลักดันยอดขายเติบโตได้ดีทุกช่องทาง โดยมีกลุ่มห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ กลุ่มลูกค้าโครงการและกลุ่มร้านค้าวัสดุก่อสร้างรายย่อยในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี เนื่องจากคู่ค้ามีการลงทุนโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และกำลังซื้อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดที่ดีขึ้นจากราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับตลาดส่งออกไปยังประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ที่ยังมีอัตราการขยายตัวที่ดีเช่นกัน

 

 

ส่วนภาพรวมรายได้ในไตรมาส 1/60 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 1,160.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 25.16% หากเทียบกับไตรมาส 4/59 ซึ่งมาจากความสำเร็จในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มและการบริหารจัดการด้าน Product Mix รวมถึงการดำเนินกิจกรรมการตลาดที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายสินค้าผ่านกลุ่มห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่เพิ่มเป็น 14%  ส่วนกลุ่มลูกค้าโครงการอยู่ที่ 11%  และตลาดส่งออกอยู่ที่ 18% ส่วนที่เหลือเป็นยอดขายที่มาจากร้านค้าปลีกรายย่อยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

 

 

“เราพอใจผลงานในไตรมาสแรกของปีนี้ ที่สามารถผลักดันการเติบโตได้ดีทั้งในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิ โดยมาจากการบริหารจัดการด้านการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การดำเนินกิจกรรมการตลาดที่ช่วยกระตุ้นยอดขายและสินค้าที่มีความหลากหลายสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งสินค้ากลุ่มไม้สังเคราะห์ กระเบื้องคอนกรีตและกระเบื้องจตุลอนที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายทั้งตลาดในประเทศและส่งออก ทำให้ภาพรวมอัตราการใช้เครื่องจักรเฉลี่ยทุกผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเป็น 90% ของกำลังการผลิตทั้งหมด” นายสาธิต กล่าว

 

 

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/60 นั้น เชื่อว่ายังคงรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยจากตลาดวัสดุก่อสร้างในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากกำลังซื้อของผู้บริโภคต่างจังหวัดดีขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ได้ลงทุนขยายสาขาใหม่และกลุ่มลูกค้าโครงการได้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เพิ่มขึ้น  จึงเชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมยอดขายสินค้าในไตรมาส 2 และการเติบโตในครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 5% ตามเป้าหมายที่วางไว้