คุณอมร ทรัพย์ทวีกุล_7_EA

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้  ว่า บริษัทพร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหนุมาน ขนาดกำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์ จังหวัดชัยภูมิ มูลค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดการที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 61 ส่งผลให้กำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มเป็น 664 เมกะวัตต์ ผลักดันรายได้และกำไรของบริษัทฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

 

 

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผนที่จะลงทุนสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์จัดเก็บพลังงาน (Energy Storage) หรือ แบตเตอรี่ ขนาดกำลังการผลิต 50 GWh หลังจากที่ได้ทำการลงทุนในบริษัท AmitaTechnologies Inc ประเทศไต้หวัน ในสัดส่วน 35.20% เป็นขั้นแรกของแผนงาน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นการเตรียมการในรายละเอียดร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อรวมกันผลักดันและวางแผนการลงทุนร่วมกัน

 

 

ทั้งนี้ เทคโนโลยีแบตเตอรี่นี้เหมาะที่จะเริ่มนำมาใช้ในโรงไฟฟ้า เพื่อช่วยเพิ่มเสถียรภาพของระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าด้วยต้นทุนการลงทุนที่ต่ำ รวมไปถึงการนำไปใช้ในยานพาหนะ โรงงาน อาคาร บ้านเรือน เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสการเติบโตทางธุรกิจของบริษัทฯ ครั้งใหม่ด้วยการรุกตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลส่งเสริมภายใต้โมเดลไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

 

 

โดยคาดว่ารายได้และกำไรในปี 60 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปีนี้ถือเป็นปีแรกที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิตรวม 278 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าได้เต็มตลอดทั้งปี และเป็นปีที่เริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม จากโครงการหาดกังหัน 1 ขนาดกำลังการผลิต 36 เมกะวัตต์ ได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา และจะ COD โครงการหาดกังหัน 2 และ 3 กำลังการผลิตรวม 90 เมกะวัตต์ เร็วๆ นี้ ส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มและวินด์ฟาร์ม เพิ่มเป็น 404 เมกะวัตต์ ผลักดันให้รายได้และกำไรทำสถิติสูงสุด (New High) ต่อเนื่อง และมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่ได้วางแผนไว้

 

 

ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 บริษัทฯมีรายได้รวม 2,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 241 ล้านบาท หรือ 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,442 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 269 ล้านบาท หรือ 37.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 711 ล้านบาท