1481135905_7

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยถึงผลประกอบการงวด 9 เดือนของ ปี 2559/60 มีรายได้จากการขาย 7,075.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% มีกำไรสุทธิ 1,109.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากงวด 9 เดือนของปีก่อนหน้า โดยในไตรมาส 3 ปี 2559/60 (ต.ค.- ธ.ค.2559) มีรายได้จากการขาย 2,302.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% และมีกำไรสุทธิ 332.0 ล้านบาท ลดลง 6.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เป็นผลมาจาก 3 ธุรกิจหลักได้แก่

 

1.ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ AEROFLEX แม้ยอดขายในไตรมาส 3 ปี 59/60 (ต.ค.- ธ.ค.59) ลดลงเล็กน้อยที่ 1.8 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศไว้ได้ ด้านยอดขายที่ลดลงในประเทศมาจากการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัว และยังไม่ถึงรอบการใช้งานของสินค้า AEROFLEX ซึ่งจะใช้เมื่อโครงการดำเนินไปแล้วกว่า 60% ส่วนยอดขายที่ลดลงในต่างประเทศมาจากตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวและอยู่ในช่วงเลือกตั้งทำให้โครงการต่างๆ ชะลอตัว ตลาดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และรัสเซียยังไม่ฟื้นตัวเนื่องจากราคาน้ำมันยังไม่ฟื้นตัวแต่คาดหลังช่วงเม.ย. 60 จะมีคำสั่งซื้อกลับมาอีกครั้ง ส่วนยอดขายในตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และจีน รวมถึงกลุ่มประเทศที่กำลังเติบโตในภูมิภาค เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้เป็นอย่างดี โดยปี 60/61 (เม.ย.60 – มี.ค.61) เตรียมงบลงทุน 100 ล้านบาทในเครื่องจักรอัตโนมัติความเร็วสูงในสหรัฐฯ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจภายการนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

 

 

2.ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ภายใต้แบรนด์ AEROKLAS มียอดขายในไตรมาส 3 ปี 59/60 (ต.ค.- ธ.ค.2559) เพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากธุรกิจหลัก ทั้งจาก bed liner, canopy, deck cover และ sidestep และธุรกิจใหม่ในประเทศออสเตรเลีย (TJM) ซึ่ง TJM ต้องใช้เวลาเพื่อการปรับโครงสร้างธุรกิจอีกระยะหนึ่ง โดยปี 60/61 TJM เตรียมเปิดสาขาตนเองในประเทศออสเตรเลีย และส่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของ AEROKLAS ซึ่งพัฒนาโดยหน่วยงานพัฒนาของ AEROKLAS ร่วมมือกับ EPG Innovation Center ออกจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น

 

 

3.ด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ EPP ยอดขายในไตรมาส 3 ปี 59/60 (ต.ค.- ธ.ค.59) ลดลงเล็กน้อยที่ 2.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เกิดจากยอดขายภายในประเทศลดลงจากช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัย และงดเว้นงานรื่นเริง ทั้งนี้ ข้อมูลสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่าตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกลดลง 4.5% ตั้งแต่เดือนเม.ย. – ธ.ค. 59 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม EPP ได้เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติความเร็วสูง ที่ EPP phase 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด EPP ประเดิมส่ง “Eici” แบรนด์น้องใหม่ จับตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภททั่วไป เริ่มรุกตลาดในประเทศ และ AEC ตั้งแต่เดือนมี.ค.นี้

 

 

ทั้งนี้รายได้จากการขายงวด 9 เดือนของ ปี 59/60 ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศมีความผันผวน บริษัทจึงได้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตสินค้าเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้รักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงที่ 32.5% และสามารถอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจได้ตลอดเวลา