1A0513D3-2A61-4DC9-B93F-D0B660CF0979

นายพิศิษฐ์เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(EXIM BANK) กล่าวในงานสัมมนาพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ไทยก้าวสู่สากลจัดโดยEXIM BANK ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์โรงแรมอนันตราสยามกรุงเทพฯว่าปัจจุบันแฟรนไชส์แบรนด์ไทยในต่างประเทศมีจำนวน49 แบรนด์ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มรองลงมาเป็นการศึกษาและนวดสปาโดย80% ของแฟรนไชส์ไทยขยายเข้าสู่ตลาดCLMV (กัมพูชาสปป. ลาวเมียนมาและเวียดนาม) เป็นผลจากความได้เปรียบของไทยที่มีความคล้ายคลึงทางสังคมและวัฒนธรรมทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาธุรกิจบริการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแถบนี้ได้ดีประกอบกับCLMV มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างดีส่งผลให้ประชากรมีรายได้ต่อหัวต่อปีและกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้คาดว่าในช่วง5 ปีนับจากนี้เศรษฐกิจCLMV จะขยายตัวเฉลี่ยกว่า6% ต่อปีสูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเกือบเท่าตัวกำลังซื้อของประชากรในCLMV จะเพิ่มขึ้นอีก30% ในปี2560 ขณะที่การผลิตสินค้าและบริการภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพกรรมการผู้จัดการEXIM BANK กล่าวว่าจากโอกาสทางธุรกิจของแฟรนไชส์ไทยที่ยังขยายตัวได้อีกมากในตลาดต่างประเทศEXIM BANK จึงได้พัฒนาบริการใหม่สินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ซื้อแฟรนไชส์ไทย/ เชนไทย(Loan for Thai Franchise / Thai Chain Buyers)” เป็นวงเงินสินเชื่อระยะยาวที่มีระยะเวลากู้ยืมไม่เกินระยะเวลาของสัญญาซื้อขายแฟรนไชส์/ เชนอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสกุลดอลลาร์สหรัฐเท่ากับLIBOR + 3. 50% ต่อปีหรือสกุลบาทเท่ากับPrime Rate ต่อปี(ปัจจุบันอยู่ที่6. 125% ต่อปี) หลักประกันพิจารณาตามความเหมาะสมมีเป้าหมายวงเงินอนุมัติรวม800 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อแฟรนไชส์ไทยไปเปิดให้บริการในต่างประเทศหรือว่าจ้างเชนไทยในการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศนายพิศิษฐ์กล่าวต่อไปว่าในการขยายตลาดแฟรนไชส์ไทยในต่างประเทศผู้ประกอบการต้องพัฒนาธุรกิจและบริการภายใต้แบรนด์ของไทยให้ตอบสนองความต้องการใหม่จากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในตลาดต่างๆได้กล่าวคือสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและนักธุรกิจรุ่นใหม่ทั้งที่เป็นคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติที่เข้าไปทำงานในCLMV รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งคาดหวังบริการที่ดีและได้มาตรฐานศึกษาโอกาสและกฎระเบียบที่แตกต่างกันไปในแต่ละตลาดดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการคัดเลือกผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่น่าเชื่อถือและมีความตั้งใจจริงในการทำธุรกิจรวมทั้งมีความเข้าใจในระบบแฟรนไชส์ขณะเดียวกันต้องบริหารซัพพลายเชนของตนเองให้แข็งแกร่งสามารถบริหารจัดการต้นทุนด้านวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์การแปรรูปสินค้าและโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพการเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ในCLMV เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยโดยอาศัยความได้เปรียบจากความรู้จักคุ้นเคยสินค้าแบรนด์ไทยจากสื่อต่างๆที่ผู้บริโภคในCLMV ติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำและใช้ความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งบริหารจัดการธุรกิจอย่างใกล้ชิดสร้างชื่อเสียงของสินค้าและบริการของไทยที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากลในราคาที่ผู้ซื้อจับต้องได้โดยมีสำนักงานผู้แทนEXIM BANK ในCLM (กัมพูชาสปป. ลาวและเมียนมา) ร่วมกับภาครัฐและเอกชนภายใต้ทีมไทยแลนด์สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจแฟรนไชส์ได้มากขึ้นจากปัจจุบันที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทยจำนวนกว่า584 กิจการและมีสาขากว่า100, 000 สาขาทั่วประเทศนายพิศิษฐ์กล่าว