97512737-5700-47FD-A667-2D33DCB1CAF8

EXIM BANK แถลงผลการดำเนินงานเดือนมกราคม-มีนาคม 2561
EXIM BANK แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2561 สนับสนุน SMEs เพิ่มขึ้น โดยมีสินเชื่อคงค้างแก่ SMEs 36,449 ล้านบาท คิดเป็น 40.64% ของยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมด ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ SMEs 23,535 ล้านบาท พร้อมเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควบคู่กับรักษาคุณภาพสินเชื่อเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2561 ว่า EXIM BANK ได้สนับสนุน SMEs เพิ่มมากขึ้น ตามยุทธศาสตร์ของ EXIM BANK ที่มุ่งสนับสนุนทางการเงินให้ SMEs ที่มีศักยภาพเป็นผู้ส่งออกและแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมีเงินให้สินเชื่อคงค้างแก่ SMEs เท่ากับ 36,449 ล้านบาท คิดเป็น 40.64% ของยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมดจำนวน 89,689 ล้านบาท ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ (Business Turnover) ของ SMEs เท่ากับ 23,535 ล้านบาท
กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยต่อไปว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2561 EXIM BANK มีเงินให้สินเชื่อคงค้าง 89,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งออกเป็นสินเชื่อเพื่อการค้า 27,488 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อการลงทุน 62,201 ล้านบาท เป็นสินเชื่อใหม่ที่เบิกจ่ายเพิ่มขึ้นในระหว่างปีจำนวน 19,327 ล้านบาท และมีการชำระคืนของสินเชื่อเดิมบางส่วน ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ 38,026 ล้านบาท ทำให้ EXIM BANK มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2561 จำนวน 379 ล้านบาท
นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า EXIM BANK มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ในโลกธุรกิจระหว่างประเทศยุคใหม่ ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคาร (NPL Ratio) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2561 อยู่ที่ 3.67% โดยมีสินเชื่อด้อยคุณภาพจำนวน 3,295 ล้านบาท และมีเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 8,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 397 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2560 โดยเป็นสำรองหนี้พึงกันตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 3,742 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่อสำรองหนี้พึงกัน 223.06% ทำให้ธนาคารยังคงดำรงฐานะการเงินที่มั่นคง
สำหรับการทำหน้าที่เป็นองค์กรรับประกันในการให้บริการประกันการส่งออกเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยทั้งในตลาดการค้าเดิมและตลาดใหม่ โดยในไตรมาส 1 ปี 2561 EXIM BANK มีปริมาณธุรกิจด้านการรับประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุนเท่ากับ 17,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,156 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 3,172 ล้านบาท เป็นธุรกิจส่งออกของ SMEs หรือ 18.54% ของปริมาณธุรกิจสะสมรวม
สำหรับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายฐานการค้าและการลงทุนไปยังต่างประเทศ ปัจจุบัน EXIM BANK มีวงเงินที่ให้การสนับสนุนแก่สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศรวมทั้งสิ้น 68,666 ล้านบาท และมีเงินให้สินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2561 จำนวน 36,352 ล้านบาท อีกทั้ง EXIM BANK ยังมุ่งเน้นการขยายฐานการค้าและการลงทุนไปยังตลาดใหม่อย่าง CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยในปี 2560 EXIM BANK ได้เปิดสำนักงานผู้แทนในย่างกุ้ง เมียนมา และ EXIM BANK มีแผนจะเปิดสำนักงานผู้แทนใน สปป.ลาว และกัมพูชาต่อไป
“ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวอย่างมากในโลกการค้ายุคใหม่ EXIM BANK จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวของภาคการส่งออกและการลงทุนของไทยที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่ไปกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กร เพื่อรักษาคุณภาพสินเชื่อและคุณภาพบริการแก่ลูกค้าทั้งทางการเงินและไม่ใช่การเงิน นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยและภูมิภาคโดยรวม” นายพิศิษฐ์กล่าว