GBS1

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยได้ปัจจัยหนุนจากคาดการณ์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิม รวมถึงคาดการประชุมกลุ่มโอเปกจะขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตออกไปถึงไตรมาส 1/61 และการส่งออกไทยเดือนเม.ย. 60 เพิ่มขึ้น 8.49%  ส่วนการส่งออกรวม 4 เดือนแรกของปี 60 เพิ่มขึ้น 5.69%  สูงสุดในรอบ 6 ปี

 

 

อย่างไรก็ตามมองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยกดดันมาจาก Fund flow ต่างชาติผันผวน ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค. ขายสุทธิ  1 พันล้านบาท  และข่าวที่ส่งผลลบเชิงจิตวิทยาต่อตลาดหุ้นภูมิภาคหลังจากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือสกุลเงินหยวนและสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของจีนลงสู่ระดับ A1 จากระดับ AA3 โดยมูดี้ส์คาดการณ์ว่า ความแข็งแกร่งด้านการเงินของจีนอาจจะถดถอยลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ และปรับเปลี่ยนแนวโน้มความน่าเชื่อถือของจีนจาก "เชิงลบ" เป็น "มีเสถียรภาพ"

 

 

ส่วนปัจจัยที่น่าจับตา ได้แก่ วันที่ 24 พ.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 3/60 และในวันที่ 25 พ.ค. ประชุมกลุ่มโอเปกเกี่ยวกับการขยายเวลาลดกำลังการผลิต ส่วน (เช้าวันที่ 25 พ.ค.คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่   2-3 พ.ค. ตลาดคาดอาจจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

 

ทางด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก  กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าโอเปกจะยืดเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปถึงไตรมาส 1/61 ประกอบกับตัวเลขการส่งออกที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม Fund Flow ต่างชาติที่ผันผวนรวมถึงความกังวล FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.นี้ที่เป็นตัวถ่วงดัชนี  ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,540  - 1,580 จุด

 

 

โดยแนะนำซื้อแบบ Selective Buy ในกลุ่มพลังงาน อานิสงส์ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นเหนือ 50 US/barrel และเก็งผลการประชุมโอเปกในวันที่ 25 พ.ค. และหุ้นได้เข้าคำนวณ MSCI Thailand Small Cap มีผลตั้งแต่ 31 พ.ค. ได้แก่ BCPG ,BIG ,FORTH ,PTL และ THANI

 

 

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ  นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า  สหรัฐฯขายอาวุธให้ซาอุฯมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ ถือเป็นการผูกมัดเป็นพันธมิตรระหว่างกันท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหากซาอุฯได้รับ THAAD มาประจำการ แต่ข้อตกลงดังกล่าวช่วยให้สถานการณ์ความยุ่งยากทางการเมืองในสหรัฐฯผ่อนคลายลง แม้มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังประกาศไม่เข้าร่วมกลุ่มข้อตกลง TPP ซึ่งอาจทำให้ Fed ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปอีกระยะ ในขณะที่ทางยูโรโซน กลุ่มทรอยก้าต้องการข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนปล่อยกู้งวดใหม่ให้แก่กรีซที่ปัญหาหนี้สาธารณะยังไม่คลี่คลายนับจากวิกฤตการเงินยุโรป

 

 

ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงมีแนวโน้มที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯจะเริ่มรีบาวด์ในฐานะสินทรัพย์สภาพคล่องสูงที่นักลงทุนสามารถเลือกระหว่างกลับไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งหรือคงเงินไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย โดยประเมินว่าไม่ว่าการประชุม OPEC จะได้มติตามความคาดหมายหรือไม่  ราคาพลังงานที่ถูกเก็งกำไรมาก่อนหน้าจะถูก sell on fact เนื่องจากการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องในทวีปอเมริกาเหนือ และความคืบหน้าของการนำก๊าซธรรมชาติในรูปน้ำแข็งติดไฟจากใต้ทะเลลึกขึ้นมาเป็นเชื้อเพลิงในอนาคตอันใกล้ จะเป็นตัวกดดันราคาในระยะกลางถึงยาว ซึ่งจะกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นให้ปรับลดตามลงมาด้วย

 

 

ทั้งนี้ จึงให้กรอบคาดการณ์ระดับราคาทองคำระหว่าง 1,245-1,265 ดอลลาร์ ซึ่งหาก breakout ขึ้นไป มีโอกาสจะเป็น false break สูงมาก เว้นแต่จะมีปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในสหรัฐฯเพิ่มเติม แนะนำให้แบ่งขายทำกำไรสำหรับพอร์ตทุกระยะ