gbs

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศที่มีความสำคัญในตลาดโลกอยู่ในทิศทางที่ดี   ล่าสุดจีนรายงานตัวเลข GDP ในไตรมาส 1/60 ขยายตัว 6.9% ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ที่ 6.8% และสูงกว่าเป้าหมายปี 60 ที่กำหนดไว้ที่ 6.5% ประกอบกับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60  ของกลุ่มธนาคารที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบจากปีก่อน แม้สินเชื่อเติบโตเล็กน้อย แต่การตั้งสำรองหนี้ลดลง

 

 

ทั้งนี้ ทิศทางเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงเวลาที่เหลือยังมีแนวโน้มดี  โดยสภาพัฒน์เปิดเผยว่าช่วงครึ่งหลังของปีนี้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวจนกลับมาขยายตัวราว 3.5% จากการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี  การลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรกำลังปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับมาเป็นบวก

 

 

ส่วนปัจจัยกดดันมาจากความตึงเครียดในซีเรียและคาบสมุทรเกาหลีที่ยังไม่มีความแน่นอนและต้องจับตาใกล้ชิดว่าจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ และ Fund Flow ต่างชาติผันผวนจากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในซีเรียและเกาหลีเหนือ

 

 

ขณะที่ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ วันที่ 19 เม.ย. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จะทราบผลในเช้าวันที่ 20 เม.ย.  วันที่ 20 เม.ย. สหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีเศรษฐกิจเดือนมี.ค. และดัชนีการผลิตเบื้องต้นเดือนเม.ย.  ภายใน 21 เม.ย. หุ้นกลุ่มธนาคารมีกำหนดส่งงบการเงินไตรมาส 1/60  และในวันที่ 21 เม.ย. กลุ่มประเทศอียูจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนเม.ย.

 

 

ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก  กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจากการซื้อดักงบไตรมาส 1/60 ที่คาดว่าจะออกมาดี เช่นกลุ่มธนาคาร และพลังงาน อย่างไรก็ตาม Fund Flow ต่างชาติที่ผันผวนจากความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในซีเรียและเกาหลีเหนือจะเป็นตัวถ่วงต่อทิศทางตลาด  ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560  - 1,600 จุด

 

 

โดยรอซื้อช่วงอ่อนตัวแบบ Selective Buy ในหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 1/60  เติบโต ประกอบด้วย SCB, PTTEP, PTTGC, TOP, BANPU และ TPCH

 

 

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ  นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า  การตัดสินใจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีที่จะนำสหรัฐฯเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบในหลายภูมิภาคนั้น เป็นไปได้น้อยมาก  ซึ่งการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพอากาศซีเรีย  การบอมบ์ฐานลับกลุ่ม IS ในอัฟกานิสถาน  และการเคลื่อนกองเรือขนาดใหญ่เข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี   ต่างเป็นอะไรที่น่าจะมีการเจรจาขออนุญาตกันแล้วกับทางรัสเซียและจีนอันนำมาซึ่งการผ่านร่างงบประมาณฉบับแรกที่มุ่งเน้นความมั่นคงของประเทศและเอื้อแก่กองทัพสหรัฐฯ แต่ต้องตัดลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ลง

 

 

เราประเมินว่ารัสเซียกับจีนน่าจะได้ประโยชน์จากการป้องปรามการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือโดยไม่ต้องออกหน้าเอง  โดยแลกกับการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯต่อไป  ซึ่งภายหลังการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กลับลำออกมาบอกว่าจีนไม่ได้บิดเบือนค่าเงินเพื่ออุดหนุนการส่งออกสินค้ามายังสหรัฐฯ

 

 

อย่างไรก็ตาม จึงคาดการณ์การอ่อนลงของราคาทองคำจากการขายทำกำไรตามระดับความกังวลของตลาดที่ลดลง  แต่ยังคงให้น้ำหนักการถือสถานะ long เป็นหลัก เนื่องจากความตึงเครียดในซีเรียและคาบสมุทรเกาหลียังคงมีความคลุมเครือ จึงอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดโภคภัณฑ์ได้อีก โดยให้ระดับราคาทองคำ 1,275 ดอลลาร์ เป็นทั้งจุดเข้าและจุดคัท  ซึ่งฝั่ง long ได้เปรียบเมื่อราคาอยู่เหนือ 1,275 ดอลลาร์ แต่ถ้าต่ำกว่านี้ให้ปรับมาเล่นในลักษณะ swing trade