7485323A-4683-4B8E-9C75-A54F2AAEDEEE

นายนพดลปิ่นสุภากรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) (IRPC) เปิดเผยว่า  บริษัทฯดำเนินการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ(Floating Solar) ขนาด12.5 เมกะวัตต์ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี.ระยองคาดว่าจะสามารถติดตั้งและดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้ภายในไตรมาสแรกของปี2563 ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและยังเป็นการใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติกของIRPC ที่คิดค้นเพื่อให้เหมาะสมสำหรับการผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ    โดนทุ่นโซลาร์ลอยน้ำผลิตจากเม็ดพลาสติกHDPE (High Density Polyethylene: โพลีเอทิลีนที่มีความหนาแน่นสูง) เกรดพิเศษP301GR โดยออกแบบให้เนื้อพลาสติกเป็นสีเทามีคุณสมบัติการใช้งานที่โดดเด่นเหมาะสำหรับการผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำที่ช่วยลดอุณหภูมิใต้แผงโซลาร์เซลล์ส่งผลให้ระบบผลิตกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถ    รีไซเคิลได้และรับประกันอายุการใช้งานของวัสดุได้ไม่ต่ำกว่า25 ปีเนื่องจากมีความทนทานต่อแสงยูวี(UV resistance) ทนทานต่อสารเคมี(Chemical resistance) และมีความเสถียรต่อความร้อน(Thermal stabilization)

สำหรับนวัตกรรรมเม็ดพลาสติกHDPE เกรดP301GR เป็นเกรดพิเศษสำหรับทุ่นโซลาร์ลอยน้ำเหมาะสมอย่างยิ่งกับสภาวะแวดล้อมและภูมิอากาศของประเทศไทยIRPC จึงพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ทุ่นลอยน้ำที่จะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มที่    ทั้งภาครัฐและเอกชนสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซ           เรือนกระจกลงได้กว่า10,510 ตันเทียบเท่าการปลูกป่าราว10,000 ไร่และช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจด้วยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผิวน้ำนายนพดลกล่าว  ด้วยคุณสมบัติที่ดีของผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกHDPE เกรดP301GR เกรดพิเศษเฉพาะทุ่นโซลาร์ลอยน้ำซึ่งผลิตภายในประเทศช่วยลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าIRPC คาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการด้านพลังงานทดแทนของประเทศเพราะปัจจุบันพื้นที่ผิวน้ำในประเทศไทยมีประมาณ14,600 ตารางเมตรหรือประมาณ9 ล้านไร่  คิดเป็นร้อยละ3 ของพื้นที่ประเทศหากนำพื้นที่เหล่านี้มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็จะได้รับประโยชน์จากพลังงานทดแทนมากขึ้นโดยบริษัทฯมองถึงการต่อยอดในโครงการโซลาร์ลอยน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี2018) กำลังการผลิตรวม2,725 เมกะวัตต์