F164B173-5C5C-4E9F-AFD3-0BBEBEAABBDD

ทีเอ็มบี ธนชาตเปิดแผนรวมกิจการประสานจุดแข็งยกระดับการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าร่วม10 ล้านคนผู้บริหารยืนยันลูกค้าใช้บริการ2 ธนาคารได้ตามปรกติและไม่กระทบพนักงาน19,000 คนคาดแล้วเสร็จกลางปี2564

วันนี้(9 ..2562) ธนาคารทีเอ็มบี  และธนาคารธนชาตแถลงแผนการควบรวมกิจการระหว่าง2 ธนาคารรวมถึงการปรับโครงสร้างของธนาคารธนชาต

นายจุมพล ริมสาคร รองปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่ากระทรวงการคลังพร้อมที่จะลงทุนเพิ่มจำนวน11,000 ล้านบาทและมีสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นเพิ่มเติมจากการจัดสรรสิทธิที่พึงมีในกรณีที่ผู้ถือหุ้นรายเดิมที่ไม่ใช้สิทธิ์เต็มจำนวนเพื่อคงสถานะในผู้ถือหุ้นหลักไว้

นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารธนชาต เปิดเผยว่า เมื่อควบรวมกันแล้วทั้ง2 ธนาคารจะมีสินทรัพย์รวมกัน2 ล้านล้านบาทและจะทำให้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นประมาณ10 ล้านคนโดยจะมีความทับซ้อนกันในลูกค้าไม่ถึง 10% จะทำให้เป็นโอกาสทางการตลาดการเงินที่ใหญ่และกว้างขึ้น

นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอละ กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการควบรวมกิจการระหว่างทีเอ็มบีกับธนาคารธนชาตครั้งนี้ ทีเอ็มบีจะเป็นผู้จัดหาเงินทุน 130,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธนาคารธนชาตแทนผู้ถือหุ้นเดิม คือ TCAP และสโกเทียแบงก์ และTCAP เมื่อได้เงินจากทีเอ็มบี 80,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าหุ้นแล้ว ทาง TCAP จะนำเงินดังกล่าว 25,000 ล้านบาทมาซื้อหุ้นบริษัทลูกและหุ้นของบริษัทที่ธนาคารธนชาตลงทุนไว้ เช่น บล.ธนชาต บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง และธนชาติประกันชีวิต เป็นต้น นอกจากนี้ TCAP จะใช้เงินอีก 45,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของทีเอ็มบีเท่ากับว่า TCAP จะเหลือเงินสดจากธุรกรรมดังกล่าวประมาณ 11,000 ล้านบาท สำหรับชื่อธนาคารใหม่ภายหลังการควบรวมต้องไปปรึกษาหารือกันอีกครั้งว่าจะใช้ชื่อใดอย่างเป็นทางการ

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี เปิดเผยว่าหลังจากการซื้อขายหุ้นสำเร็จTCAP และธนาคารธนชาตจะดำเนินการปรับโครงสร้างให้แล้วเสร็จโครงการรวมกิจการจะได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการรวมกิจการ กระบวนการจัดหาเงินทุนจำนวน130,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในบมจ.ทุนธนชาตและสโกเทียแบงก์โดยการออกหุ้นกู้เพิ่มทุนโดยกระบวนการซื้อขายหุ้นทั้งหมดคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน..ปีนี้ซึ่งจะทำให้ทั้ง2 ธนาคารจะมีคณะกรรมการและผู้บริหารชุดเดียวกันและจะทยอยดำเนินงานทีละส่วนจึงคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี2564 โดยระหว่างกระบวนการรวมกิจการที่ยังไม่สมบูรณ์ลูกค้าของทั้ง2 ธนาคารยังสามารถใช้บริการของธนาคารแต่ละแห่งได้ตามปกติ

ด้านนายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต ยืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงานของทั้ง2 ธนาคารแต่จะมีการเป็นปรับรูปแบบการทำงานให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้ง 2 ธนาคารจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องปลดพนักงาน ขณะที่จำนวนสาขาจะเข้าไปดูสาขาที่อยู่สถานที่ใกล้กันก็จะมีการปรับเปลี่ยนซึ่งแม้จะปรับสาขาแต่ลูกค้าของทั้ง2 ธนาคารยังคงใช้งานตามปกติปัจจุบันทั้ง2 ธนาคารมีสาขารวมกัน 920 สาขาและจำนวนพนักงาน19,000 คน 

สำหรับโครงสร้างภายหลังจากรวมกิจการ ING Challengers and Growth Markets, Asia จะถือหุ้นใหญ่21.3% และทุนธนชาต (TCAP) 20.4% และกระทรวงการคลังถือหุ้น 18.4% , สโกเทียแบงก์(BNS)  5.6% และผู้ถือหุ้นรายย่อย 34.3%