tse2

“ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่” มีมติอนุมัติเตรียมเพิ่มทุน จำนวน 544.5 ล้านหุ้น รองรับการขยายการลงทุนพลังงานทดแทนครบวงจร ย้ำมีแผนการลงทุนที่เหมาะสม และชัดเจน เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น

 

 

ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่  (TSE) เปิดเผยว่า ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/60 ของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติเตรียมการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป หรือ General Mandate จำนวน 544.5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 30% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ณ วันที่คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เพิ่มทุน โดยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนใหม่ดังกล่าว จะดำเนินการใน 2 รูปแบบคือ การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นสามัญเดิม หรือ RO จำนวน 363,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 20% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว และการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง หรือ PP จำนวน 181,500,000 หุ้น หรือคิดเป็น 10% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว อย่างไรก็ตาม การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวจะกระทำเมื่อบริษัทฯ ได้เล็งเห็นโครงการใหม่ที่น่าสนใจและมีความพร้อมในการดำเนินการ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่บริษัทฯ ในอนาคต

 

 

โดยการเพิ่มทุนในครั้งนี้คาดว่าจะสามารถระดมทุนได้ราว 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้รองรับการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนครบวงจรของบริษัทฯ โดยมีแผนที่จะเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มอีก 1-2 โครงการสำหรับอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทฯได้ศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ รวมถึงบริษัทฯ อยู่ในระหว่างเตรียมความพร้อมในการยื่นเป็นผู้สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับโครงการสหกรณ์ และหน่วยราชการในระยะที่ 2 สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 154.98 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดประมาณ 19,658 ล้านบาท ซึ่งผู้ถือหุ้นได้อนุมัติเข้าลงทุนแล้วนั้นอยู่ในระหว่างดำเนินการเรื่องเอกสารในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาในโครงการดังกล่าวได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

 

 

ทั้งนี้ บริษัทฯยืนยันว่าการเพิ่มทุนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นในระยะยาว เนื่องจากจะช่วยให้บริษัทฯมีความพร้อมทางด้านเงินทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพ และความสามารถในการขยายการลงทุนให้สูงขึ้น รวมถึงจะเป็นทำให้บริษัทฯมีความยืดหยุ่นในการบริหารงานมากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินซึ่งมีภาระดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E Ratio อยู่ในระดับที่เหมาะสม