F288B564-98A0-40C3-A461-D41F700D1598

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTA เปิดเผยว่า TTA รายงานผลกำไรในปี 2560 สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจขนส่งสินค้าแห้งเทกองซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทกลับมามีกำไรอีกครั้งเนื่องจากอัตราค่าระวางเรือได้ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจขนส่งสินค้าแห้งเทกองกำลังฟื้นตัว ประกอบกับภาวะทางเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่งขึ้น ได้กระตุ้นการเติบโตของธุรกิจในตลาดสำคัญ อย่างเช่น ประเทศจีน ที่พบว่ามีปริมาณการนำเข้าถ่านหินและสินแร่เหล็กเพิ่มขึ้นเช่นกัน และหากพิจารณาที่ดัชนี BDI จะเห็นว่าขึ้นมาจาก 290 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี มาอยู่ที่ 1,743 จุดในเดือนธันวาคม 2560 นอกจากนี้ การที่กลุ่มโทรีเซน ชิปปิ้ง ได้ปรับปรุงกองเรือให้ทันสมัยควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานยังส่งผลทำให้ธุรกิจขนส่งสินค้าแห้งเทกองมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นด้วย
ส่วนธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่งนั้น ก็ยังคงประสบกับภาวะผันผวนต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2560 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการโอเปกและประเทศนอกกลุ่มโอเปก นำโดยรัสเซีย เห็นพ้องกันในการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ออกไปอีกจนถึงสิ้นปี 2561 หลังกลุ่มโอเปกคาดการณ์ว่า ความต้องการใช้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าตลาดน้ำมันยังคงมีซัพพลายไม่เพียงพอ ในปี 2561 เป็นไปได้ว่าราคาน้ำมันดิบจะเคลื่อนไหวในกรอบ 55 - 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน คณะผู้บริหารของบริษัทได้ดำเนินมาตรการหลายอย่าง ทั้งการหาโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ การบริหารงานที่มุ่งประสิทธิผล และการเพิ่มความระมัดระวังในการบริหารเงิน เป็นผลทำให้ TTA อยู่ในฐานะที่มีความมั่นคงทางการเงิน พร้อมที่จะขยายธุรกิจและการลงทุนต่อไปในปี 2561

ผลการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ : ผลการดำเนินงานของ กลุ่มโทรีเซน ชิปปิ้ง ได้รับอานิสงส์ จากการที่ธุรกิจขนส่งสินค้าแห้งเทกองฟื้นตัว หลังจากที่อัตราค่าระวางเรือแสดงแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 จนถึงตลอดปี 2560 กลุ่มโทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานรายได้จากการขนส่งสินค้าทางเรือในปี 2560 ที่ 4,007.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลอันเนื่องมาจากอัตรา ค่าระวางเรือเฉลี่ย สูงขึ้น ร้อยละ 64 จาก 5,155 เหรียญสหรัฐต่อวัน ในปีก่อนหน้า มาเป็น 8,469 เหรียญสหรัฐต่อวัน และอัตราการใช้ประโยชน์ของเรือที่โทรีเซน ชิปปิ้ง เป็นเจ้าของ อยู่ในระดับสูงเกือบร้อยละ 100 ในปี 2560
โดยสรุป กลุ่มโทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานผลกำไรสุทธิ ที่ 408.1 ล้านบาท ในปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 147 จาก ผลขาดทุนสุทธิ 874.4 ล้านบาท ในปี 2559 นอกจากนี้ โทรีเซน ชิปปิ้ง มี EBITDA เป็นบวกอยู่ที่ 914.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 950 จากปีที่ก่อนหน้า
ตามแผนปรับปรุงกองเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองให้มีความทันสมัย ได้มาตรฐาน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน กลุ่มโทรีเซน ชิปปิ้ง ได้ซื้อเรือมือสองเข้ามาเสริมกองเรือ จำนวน 3 ลำ และ ได้ทำขายเรือเก่าออกไป 2 ลำ ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2560 กลุ่มโทรีเซน ชิปปิ้ง เป็นเจ้าของเรือ จำนวน 21 ลำ โดยมีระวางบรรทุกเฉลี่ยเท่ากับ 53,742 DWT และมีอายุเฉลี่ย 11.98 ปี

กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง : แม้ว่าธุรกิจบริการนอกชายฝั่งและบริการวิศวกรรมใต้ทะเลจะซบเซา เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติก็ตาม แต่บมจ. เมอร์เมด มาริไทม์ (เมอร์เมด) ยังมีผลการดำเนินงานที่เป็นบวก โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 4,886.7 ล้านบาท ซึ่งลดลงร้อยละ 25 จากปี 2559 และกำไรสุทธิ อยู่ที่ 144.1 ล้านบาท และผลกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 84.1 ล้านบาท โดยมีอัตราการใช้ประโยชน์จากเรือลดลงจากร้อยละ 69 จากปี 2559 มาอยู่ที่ ร้อยละ 56 ในปี 2560
เมอร์เมด พยายามใช้เครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีในการเจาะตลาดใหม่ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้ารายใหม่ ในขณะที่ยังคงตอบสนองความต้องการลูกค้าหลักเดิมได้เป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้าของเมอร์เมดลงนามในสัญญาใช้บริการฉบับใหม่ที่มีระยะเวลายาวขึ้นกว่าเดิม คือ จากระยะเวลา 21 เดือน เป็นระยะเวลา 2 ปี เต็ม นอกจากนี้ เมอร์เมดยังสามารถรักษาสัญญาให้บริการนอกชายฝั่งซึ่งมีมูลค่าประมาณ 96 ล้านเหรียญสหรัฐ กับบริษัทน้ำมันชั้นนำที่มีชื่อเสียงไว้ได้ โดยเป็นการทำสัญญาให้บริการร่วมระหว่าง เมอร์เมดกับบริษัท จีซีซี ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สัญญานี้มีเงื่อนไขที่ดี กล่าวคือ เมื่อสัญญาเดิมสิ้นสุดแล้วก็สามารถต่อสัญญาได้อีกปีหนึ่ง ทั้งนี้ เมอร์เมดมีสัญญาอยู่ในมือแล้ว ณ สิ้นปี 2560 รวมมูลค่า 148 ล้านเหรียญสหรัฐ

กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร : บมจ. พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) ยังคงทำกำไรให้กับ TTA ได้ดีอย่างต่อเนื่องในปี 2560 แม้ว่าฤดูปลูกข้าว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูหนาว จะล่าช้ากว่าปกติ โดยมีปริมาณการขายปุ๋ยในประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เป็น 121.8 พันตัน และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 28 ในปี 2559 มาอยู่ที่ ร้อยละ 29 ในปี 2560 เนื่องจากมุ่งเน้นทำตลาดในประเทศเวียดนามที่มีอัตรากำไรสูงกว่าและการบริหารวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ จนทำให้ปริมาณการขายปุ๋ยในประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 55 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 65 ในปี 2560
โดยสรุป ในปี 2560 PMTA มีรายได้รวม 2,818.1 ล้านบาท มีผลกำไรสุทธิ 191.8 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิในส่วนของ TTA 131.4 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่โรงงาน มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและมีลูกค้าใช้บริการเช่าเต็มพื้นที่ ตลอดปี ดังนั้น เพื่อรองรับปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในไตรมาสที่ 4 บาคองโคจึงได้ขยายพื้นที่ให้เช่าจัดเก็บสินค้าเพิ่มอีก 2 แห่ง มีพื้นที่รวมกัน 20,000 ตารางเมตร ทำให้ PMTA มีพื้นที่ให้บริการเช่าเก็บสินค้ารวมทั้งหมดเป็น 66,420 ตารางเมตร

กลุ่มการลงทุนอื่น : การลงทุนอื่นของ TTA จะมุ่งเน้นที่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และโลจิสติกส์ ซึ่งกลุ่มการลงทุนอื่น นี้ยังคงมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อผลกำไรสุทธิรวม

• ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม : พีเอซ แคปปิตอล (PHC) ซึ่งเป็นผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์พิซซ่าฮัทรายเดียวในประเทศไทยรายงานว่ามีอัตราการเติบโตของยอดขายโดยรวมทุกสาขา ที่ร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่มาจากการขยายสาขาในจังหวัดต่างๆ และมีอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาภายหลังจากที่มีการเข้าซื้อกิจการจนถึง ณ สิ้นปี 2560 พิซซ่า ฮัท มีจํานวนสาขาทั้งสิ้น 108 สาขาซึ่งเป็นสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้น 13 สาขา หลังจากที่มีการเข้าซื้อธุรกิจตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560
• ธุรกิจการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ: ธุรกิจบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและน้ำเสีย ที่ดำเนินงานโดยบริษัท ทีทีเอ-สุเอซ จำกัด มีโอกาสลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมมือในการนำนวัตกรรมระบบลดน้ำสูญเสียมาใช้ที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพัทยา ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำในระหว่างการขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง
แนวโน้มธุรกิจ

“ทิศทางเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จะเห็นได้จากการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2561 และปี 2562 เป็นเติบโต 3.9% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.7%

เราเชื่อว่าตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกอง มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นเป็นอย่างมาก ปริมาณความต้องการในการขนส่งสินค้าและปริมาณพื้นที่ระวางสินค้าที่รองรับในตลาด จะมีความสมดุลมากขึ้น การส่งมอบเรือใหม่ลดลง ในขณะที่ความต้องการขนส่งสินค้าทางเรือมีเพิ่มมากขึ้น ในปี 2561 จึงเป็นโอกาสของโทรีเซน ชิปปิ้ง ที่จะสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจขนส่งสินค้าแห้งเทกอง

ด้วยการใช้กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าใหม่ในอาณาเขตใหม่ๆ ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน เพิ่มนวัตกรรมและประสิทธิผลในการพัฒนาธุรกิจหลัก รวมถึงการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงโดยหวังผลกำไรในระยะยาว ส่งผลทำให้ TTA ผ่านพ้นความท้าทายและความผันผวนที่เกิดขึ้นในระยะสั้นๆมาได้ และมีความพร้อมที่จะสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคต”
นายเฉลิมชัย กล่าวเสริม