640x390_677159_1449197891

บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/60 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 19.3% เท่ากับ 1,469 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่ง เรด ล็อบสเตอร์ มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของผลกำไรบริษัท รวมทั้งเป็นผลมาจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย ในส่วนของยอดขายรวม บริษัทมียอดขายเท่ากับ 31,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบจากระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

 

 

ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลง 13.3% จากปีก่อน เท่ากับ 4,330 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับ 13.8% เมื่อเปรียบเทียบกับอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/59 ที่ 16 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจปลาทูน่าและกุ้ง รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นอีกด้วย

 

 

ส่วนยอดขายจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นของบริษัท เพิ่มขึ้น 12,914 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.6% เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าความต้องการในธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (ambient) ในทวีปยุโรปจะซบเซาก็ตาม สำหรับยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ยังคงเติบโตที่ 17.4% จากปีที่แล้วอยู่ที่ 4,444 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ต่างๆ และการรุกทำตลาดที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

สำหรับยอดขายจากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของไทยยูเนี่ยนยังคงอยู่ที่ 42% ในไตรมาสแรก ที่เหลือมาจากธุรกิจการรับจ้างผลิตและธุรกิจบริการทางด้านอาหาร สำหรับยอดขายในตลาดสหรัฐอเมริกายังคงมีสัดส่วนที่มากที่สุดเท่ากับ 40.3% ของยอดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/60 ตามด้วยตลาดยุโรปเป็นอันดับรองลงมา ด้วยสัดส่วนยอดขายเท่ากับ 31% ตลาดในประเทศไทย มีสัดส่วนเท่ากับ 8.1% ตลาดญี่ปุ่นมีสัดส่วนเท่ากับ 6.4% และตลาดอื่นๆ มีสัดส่วนเท่ากับ 14.2%

 

 
อีกทั้งบริษัทฯ มีความพอใจในผลกำไรที่เติบโตนี้อย่างมาก ถึงแม้ว่าเราจะคงต้องเผชิญกับความท้าทายในเรื่องของต้นทุนวัตถุดิบ และสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในหลายตลาดอยู่

 

 

ในส่วนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน เรด ล็อบสเตอร์ นั้น ได้ส่งผลเชิงบวกให้แก่บริษัท และกำลังร่วมมือกันในการริเริ่มการดำเนินงานต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของเรามีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต

 

 

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯได้ประกาศกลยุทธ์ที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ปลาทูน่าของบริษัท ต้องมาจากการจัดหาอย่างยั่งยืน ทั้งหมด 100% โดยบริษัทตั้งเป้าหมายทำให้ได้อย่างน้อย 75% ภายในปี 63 และส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ใหม่ด้านปลาทูน่านี้ บริษัทฯ ได้ลงทุนมูลค่า 90 ล้านเหรียญสหรัฐในโครงการริเริ่มต่างๆ เกี่ยวกับความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาการประมง 11 โครงการทั่วโลก นายธีรพงศ์ กล่าว