4B652AEE-CA0D-4116-84B9-106E0AD42B44

นายชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำงวดไตรมาส 1/2561 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการ 1,279.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 259.78 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและให้บริการที่ 355.71 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 70.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น 349.03 % เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ EBITDA งวดไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 162.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.77%  และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 79.48 ล้านบาท หรือคิดเป็น 115.13% การรับรู้รายได้จากการลงทุนในธุรกิจของบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจเทรดดิ้งโดยในไตรมาสนี้บริษัทได้มียอดขายสินค้าชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าสูงของธุรกิจเทรดดิ้งถึง 843.54 ล้านบาท ให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นรายการขายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ  

กรรมการผู้จัดการ มจ. ยูเอซี โกลบอล (UAC) กล่าวเพิ่มว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2/2561 มีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของธุรกิจเทรดดิ้ง ซึ่งมีความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นของกลุ่มลูกค้าโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีที่มีการขยายกำลังผลิต ส่งผลให้สารเคมีและอุปกรณ์ที่ไปใช้ในกระบวนการผลิตเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น และผลิตภัณฑ์ของ UAC ก็มีความหลากหลายซึ่งลูกค้ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯไปใช้กับกระบวนการผลิตของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ส่วนธุรกิจไบโอดีเซล มีการเติบโตสูงขึ้นจากการส่งเสริมของนโยบายภาครัฐที่มีการกำหนดให้ปรับเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล (B 100)ในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจากเดิมร้อยละ 5% หรือ B5 เป็นร้อยละ 7 หรือB7 สำหรับน้ำมันดีเซลในประเทศอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะปรับเป็น B10 และ B20 ในอนาคต จึงเชื่อว่าผลการดำเนินงานของบริษัทบางจาก ไบโอฟูเอล จำกัด ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 30% น่าจะออกมาดีปัจจุบันมีการเดินโรงงาน (Plant Utilization) กว่าร้อยละ 90 ของกำลังผลิตสูงสุดที่ 24 ล้านลิตร/เดือน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ที่จะต่อยอดธุรกิจไบโอดีเซล เพื่อการทำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มี High Value Added (HVA) Products อาทิเช่น การผลิต Refined Glycerin สำหรับอุตสาหกรรมเครืองสำอางค์ การทำ Biopolymer เพื่อทดแทนเม็ดพลาสติกต่างๆ ด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นในระดับสูง เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเดิม

ดังนั้นมั่นใจว่าปี 2561 เป็นแห่งการเก็บเกี่ยวผลของธุรกิจที่บริษัทได้ลงทุนต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้มากกว่า 2,000 ล้านบาท และมี EBITDA ไม่ต่ำกว่า 350 ล้านบาท  ตามแผนการขยายธุรกิจทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ Trading ด้านเคมีภัณฑ์ ที่มีการนำเข้าและจำหน่ายสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน โรงกลั่น และปิโตรเคมี  ซึ่งยังมีทิศทางที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯวางกลยุทธ์ในการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามาจำหน่าย พร้อมกับยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิม และ ขยายฐานลูกค้าใหม่ๆเข้ามาเพิ่มขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้ปีละ 3,000 ล้านบาทในปี 2020