คุณจรีพร จารุกรสกุล

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA Group) ผู้นำในการให้บริการแบบครบวงจรที่ครอบคลุม 4 ธุรกิจได้แก่ โลจิสติกส์ อสังหาริมทรัพย์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และการให้บริการด้านดิจิตอล เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/60 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค. 60 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 1,365.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 81 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนประมาณ 39.1 ล้านบาท สาเหตุการปรับตัวลดลงของกำไรในไตรมาส 1/60 เนื่องจากในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ มีการโอนที่ดินเพียง 15 ไร่ อีกทั้งโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ในธุรกิจไฟฟ้า ของบริษัทมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน(Planned Major Maintenance) อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคและอื่นๆ ยังมีการเติบโตที่ดี

 

 

“แนวโน้มของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมดีขึ้น โดยยอดขายที่ดินในช่วง 3 เดือนแรกของปี 60 อยู่ที่ 514 ไร่ โดยได้ขายที่ดินล็อตใหญ่ให้แก่กลุ่มคอนทิเนทัล (Continental) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยางรถยนต์รายใหญ่ของโลกของประเทศเยอรมัน จำนวน 473 ไร่ ซึ่งมีผลทำให้ยอดที่ดินรอการโอน ณ วันที่ 31 มี.ค. 60 สูงถึง 867 ไร่ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมน่าจะเติบโตกว่า 70% ส่วนธุรกิจไฟฟ้าที่มีการซ่อมบำรุงนั้นเป็นไปตามแผนการซ่อมบำรุง ดังนั้นคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าในไตรมาสที่เหลือจะสูงกว่าไตรมาสที่ 1/60 อย่างแน่นอน เนื่องจากจะไม่มีแผนที่จะปิดซ่อมบำรุง รวมทั้งจะมีโรงไฟฟ้าในรูปแบบ SPP อีก 4 โรงที่เริ่มเปิดดำเนินการในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือน พ.ค – พ.ย. กว่า 128.8 เมกะวัตต์” นางสาวจรีพร กล่าว

 

 

ด้านผลประกอบการปีนี้เชื่อมั่นว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยจะมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนแตะระดับที่ 13,000 ล้านบาท และผลประกอบการกำไรที่น่าพอใจ บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring income) เพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าธุรกิจสาธารณูปโภคจะเติบโตรายได้ไม่ต่ำกว่า 10% จากปริมาณลูกค้าในนิคมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี ซึ่งมีการใช้น้ำในปริมาณมาก เช่นเดียวกันกับธุรกิจโรงไฟฟ้าที่น่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 40% จากการที่โรงไฟฟ้าที่จะ COD อีก 4 แห่งดังกล่าวข้างต้น

 

 

ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่ก่อให้เกิดรายได้ประจำ น่าจะเติบโตพื้นที่เช่ากว่า 200,000 ตารางเมตร โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา มีลูกค้าสนใจเช่าผู้เช่าเพิ่มอีกประมาณ 25,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ วางแผนขายทรัพย์สินเข้ากอง WHART และ HREIT รวมพื้นที่เช่าประมาณ 140,000 ตารางเมตร ดังนั้นตั้งเป้าพื้นที่เช่าสุทธิเติบโตกว่า 25%

 

 

“ต่อจากนี้ในแต่ละปีเรามีความตั้งใจที่จะขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ น้อยกว่าที่เราจะขยายพื้นที่เช่าเพิ่ม ดังนั้นสัดส่วนรายได้ค่าเช่า และค่าบริการจะมากขึ้น” นางสาวจรีพร กล่าว

 

 

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนเม.ย.60 ที่ผ่านบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการนำบริษัทในเครือ คือ บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งให้ผลโครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯมีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะสามารถลดดอกเบี้ยจ่ายได้ 700 ล้านบาทในปีนี้ และสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.3 เท่า